ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ที่ศาลามหาประชาชน บรรดาผู้แทนพรรรคคอมมิวนิสต์จากทั่วประเทศเกือบ 3 พันคน ทยอยเข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์ ซึ่งถือเป็นการประชุมที่สำคัญที่สุด ที่มีขึ้นทุกๆ 5 ปี และประธานก็คือนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีนั่นเอง
ประธานาธิบดีสีเริ่มต้นคำกล่าวสุนทรพจน์ ด้วยการแถลงความสำเร็จของจีน ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา จนก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำโลก และที่สำคัญคือ ความสำเร็จนี้ไม่ได้เดินตามระบอบการปกครองของชาติตะวันตกแม้แต่น้อย ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ระบบสังคมนิยมที่จีนใช้อยู่ทุกวันนี้ เหมาะสมที่สุดแล้ว
ในส่วนของความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ ประธานาธิบดีสีได้กล่าวว่า จีนสามารถทำให้ประชาชนมากกว่า 60 ล้านคน หลุดพ้นจากความยากจน ในเวลาเพียง 5 ปี ส่วนการคอร์รัปชั่น ก็คือนโยบายหลักที่สีให้ความสำคัญมากที่สุด โยในช่วง 5 ปีที่เขาอยู่ในตำแหน่ง เจ้าหน้าที่ได้จับกุมข้าราชการที่โกงกินได้ถึงกว่า 1 ล้านคน ทั้งที่มีตำแหน่งใหญ่ลงมาถึงตำแหน่งเล็ก ๆ
สำหรับนโยบายนับต่อจากนี้ ประธานาธิบดีสีบอกว่า ให้ดำเนินตามนโยบายจากการประชุมทั้ง 3 ครั้งก่อนหน้านี้ แต่เขาได้วางแผนพัฒนาประเทศ โดยแบ่งออกเป็น 2 ขั้น ขั้นละ 15 ปี เริ่มตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นไป จุดประสงค์เพื่อให้จีนก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำโลกที่แท้จริง รวมถึงทำให้จีนเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก
แต่ในสายตานักวิชาการมองว่า ประเด็นสำคัญในการประชุมครั้งนี้ก็คือ การให้อำนาจแก่ประธานาธิบดีสี ในฐานะเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ รวมถึงให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยนำเอาแนวคิดของสีไปเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญด้วย ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นจริง สีจะกลายเป็นบุคคลทรงอิทธิพลที่สุด นับตั้งแต่เหมา เจ๋อ ตุง เป็นต้นมา
STR / AFP
Nicolas ASFOURI / AFP
WANG ZHAO / AFP