วันนี้ (23 ต.ค.60) นายเอกชัย วรรณแก้ว ศิลปินนักสร้างแรงบันดาลใจ ประธานโครงการอาสาศิลป์ หรือ จิตรกรแพนกวิน เปิดเผยผ่านรายการเป็นเรื่องเป็นข่าวว่า เคยเป็นอาจารย์สอนศิลปะ ที่วิทยาลัยอาชีวะธนบุรี ที่ผ่านมาวาดรูปมาแล้วประมาณ 500 รูป เหตุผลที่อยากวาดรูปในหลวงรัชกาลที่ 9 เพราะทุกคนรู้จักและทราบดีว่าพระองค์ทำอะไรเพื่อคนไทยบ้าง แต่ยังไม่ทราบว่าพระองค์นั้นทำอะไรมากกว่าที่ทุกคนมองเห็น ซึ่งตนได้ศึกษาโครงการของพระองค์มาหลายโครงการ พร้อมกับตั้งคำถามว่าพระองค์ทำได้อย่างไรตั้ง 4,000 โครงการ โดยไม่เคยละทิ้งเลย พร้อมกันนี้พระองค์ยังทรงมีเมตตาและรักพสกนิกรชาวไทยทุกคน ทั้งนี้การวาดรูปพระองค์จะมีความแตกต่างจากรูปอื่นๆ เพราะต้องวาดรูปพระองค์ให้สง่างามที่สุด ใส่จิตและวิญญาณเข้าไป ให้รู้สึกว่าพระองค์ยังอยู่กับเรา
โดยครั้งหนึ่งเคยขึ้นไปวาดรูปในหลวงรัชกาลที่ 9 บนยอดภูเขาคิลิมานจาโร ที่สุงที่สุดในทวีปแอฟริกา ซึ่งใน 4 วันแรกที่เดินขึ้นภูเขา รู้สึกถอดใจ เพราะเจออากาศที่ติดลบ อาการกดดัน และร่างกายที่ทรุดโทรม ทำให้มีอาการปวดหัว จนต้องรับประทานยาพาราถึง 4 เม็ด และทนต่อไปไม่ไหวต้องฉีดมอร์ฟีนจนสลบไป จากนั้นตื่นขึ้นมาต้องเดินขึ้นเขาอีกประมาณ 2 กิโลเมตรทุกวัน ซึ่งต้องเดินเท้าเปล่า เนื่องจากมีหิมะ อากาศชื้น และทำให้พื้นเปียก รวมถึงหินที่มีความคมเหมือนใบมีด ทำให้ตอนนอนรู้สึกเจ็บปวดอย่างมาก ซึ่งก่อนจะเดินขึ้นภูเขานั้น มีกำลังใจอยู่เต็มร้อย และได้ฝึกซ้อมมาก่อนสามปี ทั้งจำกัดอาหาร ดำน้ำ ว่ายน้ำ และซ้อมวิ่งขึ้นตึก 63 ชั้น
ทั้งนี้ พอมาเจอสภาพอากาศของจริง เพียงแค่ 4 วัน ต้องเจอความกดอากาศ จนอาเจียนออกมา และกินอาหารไม่ได้ แม้กระทั่งน้ำ รู้สึกท้อแท้อยากจะลงจากภูเขา แต่คนในทีมที่ขึ้นมาด้วย เปิดคลิปวิดีโอของในหลวงรัชกาลที่ 9 ให้ดู ในขณะที่พระองค์ทรงงาน พร้อมกล่าวกับตนว่า
“พ่อเราเดินมา 70 ปี นะ ทุกที่ๆ พ่อเดิน ทุกที่ๆ พ่อย่างก้าว ไม่ได้ปูด้วยพรม ต้องเดินขึ้นเขาและตากฝน พ่อต้องเสียสละหลายอย่างที่พ่อควรจะได้ พ่อจำเป็นที่จะต้องไปไหม พ่อไม่จำเป็น เพราะพ่อต้องทำให้ลูกของพระองค์เห็นว่า พ่อยังทำเลย แล้วลูกละทำไมถึงไม่ทำ เอกเดินให้พ่อแค่ 9 วัน เอกทำไม่ได้เหรอลูก”
ขณะที่พอถึงจุดสูงสุดของยอดภูเขา จึงได้วาดภาพในหลวงรัชกาลที่ 9 และมีความรู้สึกว่า ภูมิใจอย่างมาก พร้อมกับเกิดสิ่งปาฏิหาริย์หลายอย่าง คือ ตอนที่ขึ้นไปบนยอดภูเขา กลับเกิดหมอกหนา ฝนตก และหิมะตก ทำให้ไม่สามารถวาดรูปได้ เพราะมองไม่เห็นและอากาศชื้น จึงตะโกนเหมือนคนสติไม่ดีออกไปว่า
“เทวดา ผมมาเพื่อในหลวง ผมมาเพื่อความดี ผมเดินกันมา 9 วัน ทรมานกันขนาดไหน ผมขอวันหนึ่งวันนี้ได้ไหม ขอแค่ครึ่งชั่วโมง เพื่อทำภารกิจนี้ให้กับพ่อผม”
หลังจากนั้นอยู่ดี ๆ สภาพอากาศกลับมาเป็นปกติทันที และมีแสงแดดส่องลงมา พร้อมกับมีวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม นอกจากนี้ยังมีอุปสรรคในการวาดรูป คือ เสื้อหนาเกินไป เนื่องจากต้องใช้ไหล่วาดรูปในหลวงรัชกาลที่ 9 จึงต้องถอดเสื้อโค้ทออกและทำให้เหลือเสื้อน้อยที่สุด ในสภาพอากาศติดลบ 25 องศา แต่ด้วยความที่ตนตั้งใจต้องวาดรูปให้เสร็จ จึงทำให้ไม่รู้สึกหนาวแต่อย่างใด