กรมชลฯเร่งผันน้ำ “ซ้าย-ขวา” ลดผลกระทบท้ายเขื่อนเจ้าพระยา

โดย PPTV Online

เผยแพร่

หลังเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มอัตราการระบายน้ำเป็น 2700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ปรากฏว่าท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเริ่มได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น และน่าสนใจว่า แม้จะระบายเพิ่มแล้ว แต่ทางเหนือเขื่อนปริมาณน้ำก็ไม่ได้ลดน้อยลง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สาเหตุที่ปริมาณน้ำด้านบนเหนือเขื่อนเจ้าพระยาไม่ได้ลดระดับลง แถมบางจุดยังเพิ่มสูงขึ้น เป็นเพราะว่าช่วง 1-2 วันนี้ พื้นที่ตอนบนยังมีฝนตกสะสมในปริมาณมาก โดยปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาสะสมในพื้นที่ตอนบน อย่าง จังหวัดตาก กำแพงเพชร สุโขทัย และพิษณุโลก ทำให้แม่น้ำสายต่างๆที่ไหลมายังจังหวัดนครสวรรค์ยังคงมีปริมาณน้ำมาก ดังนั้นปริมาณน้ำที่ไหลผ่านตัวเมืองจังหวัดนครสวรรค์วันนี้ ยังคงแตะอยู่ระดับ 3,039 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที  ไม่ลดลงจากก่อนหน้านี้ นี่เป็นเหตุผลให้ระดับน้ำบริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยายัง ไม่ได้ลดน้อยลง แม้ว่าเขื่อนเจ้าพระยาจะระบายน้ำเพิ่ม 

ส่วนสถานการณ์ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา หลังเพิ่มอัตราการระบายเป็น 2,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที  จุดแรกที่รับน้ำอย่าง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ระดับน้ำก็เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง วัดได้ประมาณ 22 เซนติเมตร ส่วนพื้นที่ถัดมา คือช่วง อ.อินทร์บุรี และอ.เมือง จังหวัดสิงห์บุรี ซี่งน้ำจะใช้เวลาเคลื่อนตัวประมาณ 7 ชั่วโมง ระดับน้ำก็เพิ่มขึ้นอีกราว 15-20 เซนติเมตร 

ขณะนี้มวลน้ำสูงสุดจากเขื่อนเจ้าพระยา อยู่บริเวณ จ.อ่างทอง จุดนี้คาดว่าจะได้รับผลกระทบพอกับ สิงห์บุรี และชัยนาท  ส่วนพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบต่อจากนี้ คือ จ.พระนครศรีอยุธยา มวลน้ำจะใช้ระยะเวลาไหลประมาณ 1 วัน ทางจังหวัดคาว่า น้ำจะมาถึงพรุ่งนี้เช้า โดยคาดว่าจะสูงขึ้นจากน้ำท่วมขังเดิม ไม่เกิน 15 เซนติเมตร เพราะน้ำบางส่วนถูกตัดทอนไปทางอื่นบ้างแล้ว

วันนี้ พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ที่มาร่วมประชุมติดตามสถานการณ์น้ำ ระบุว่าภายในสัปดาห์หน้าสถานการณ์น้ำน่าจะดีขึ้น ขณะที่อนาคตก็เตรียมผลักดันโครงการสร้างเส้นทางระบายน้ำตรงไปทะเล โดยไม่ผ่านแม่น้ำเจ้าพระยา โดยก่อนหน้านั้นเคยเสนอไปแล้ว แต่มีจ้อจำกัดเรื่องงบประมาณ

ส่วนมาตรการระบายน้ำออกฝั่งตะวันออก และตะวันตกของกรมชลประทาน เริ่มที่ฝั่งตะวันตกก่อน ฝั่งนี้เป็นฝั่งที่มีปริมาณน้ำท่วมค่อนข้างมาก ดังนั้นกรมชลประทานจึงมองว่าการเร่งผันน้ำลงแม่น้ำท่าจีนจะสามารถลดผลกระทบระดับน้ำทางฝั่งนี้ได้ ล่าสุดกรมชลประทาน ร่วมมือกับกองทัพเรือ นำเรือผลักดันน้ำไปติดตั้งไว้ที่ จ.สมุทสาคร  55 เครื่อง และนครปฐม 53 เครื่อง เพื่อหวังว่าจะเร่งระบายน้ำออกสู่ทะเลให้เร็วที่สุด

ส่วนทางฝั่งตะวันออก ฝั่งนี้ทางชลประทานใช้วิธีตัดยอดน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา ลงคลองชัยนาทป่าสัก และน้ำจากคลองนี้จะไหลมาบรรจบกับแม่น้ำป่าสักที่เหนือเขื่อนพระรามหก  ล่าสุดระดับน้ำหน้าเขื่อนพระรามหกก็เพิ่มสูงขึ้นจนถึงจุดเฝ้าระวัง ซึ่งน้ำบางส่วนจากจุดนี้ จะถูกผันลงคลองระพีพัฒน์ เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นทางอยุธยา ทำให้วันนี้คลองระพีพัฒน์มีน้ำไหลผ่าน 215 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือเพิ่มขึ้นอีก 17 เซนติเมตร แต่กรมชลประทานบอกว่าไม่ต้องกังวลเพราะระดับน้ำยังอยู่ต่ำกว่าตลิ่งมกกว่า 1 เมตร ซึ่งน้ำจากคลองรพีพัฒน์จะถูกส่งไปออกทางแม่น้ำบางปะกง

หากว่าหลังจากนี้ไม่มีฝนตกลงมาในพื้นที่เหนือเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่ม กรมชลประทานคาดการณ์ว่าปลายเดือนนี้ ระดับน้ำน่าจะเริ่มปรับลดลง และข่าวดีก็คือล่าสุดวันนี้กรมอุตุประกาศออกมาประกาศชัดแล้วว่าประเทศไทยก้าวเข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเป็นทางการ  นั่นหมายความว่าโอกาสที่ฝนจะตกทางตอนบนก็น้อยลงแล้ว

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ