วันนี้ (24 ต.ค.60) นางปิยะนุช ศกุนตนาค ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยผ่านรายการเป็นเรื่องเป็นข่าว ว่า แนวคิดการสร้างพระเมรุมาศ ถูกจำลองมาจากเขาพระสุเมรุ ซึ่งเป็นศูนย์กลางของจักรวาล มีความเชื่อที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา การสร้างพระเมรุมาศถวายพระมหากษัตริย์ไทยในแต่ละยุค จะมีลักษณะคล้ายกัน โดยสมมุติให้พระเมรุมาศ คือ เขาพระสุเมรุ และเชื่อว่ายอดเขาพระสุเมรุจะเป็นที่ประทับของมหาเทพผู้ยิ่งใหญ่ 4 พระองค์ คือ พระนารายณ์ พระพรหม พระอิศวร พระอินทร์ ทั้งนี้คนไทยเชื่อกันว่า พระเจ้าอยู่หัว คือพระนารายณ์อวตารลงมาเกิด ซึ่งพยายามที่จะจำลองเหตุการณ์ ครั้งเมื่อพระองค์สถิตอยู่ที่นั่น และกำลังส่งดวงพระวิญญาณกลับขึ้นสู่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์
โดย ทุ่งพระสุเมรุ หรือ ท้องสนามหลวง คือสถานที่ถวายพระเพลิงพระบรมศพพระมหากษัตริย์ไทย ตั้งแต่สมัยต้นรัตนโกสินทร์ รวมถึงสมเด็จพระบรมราชินีนาถและพระบรมวงศานุวงศ์ ซึ่งพระเมรุมาศจะมีองค์ประกอบของสัตว์หิมพานต์ที่อยู่รอบๆ และมีความเชื่อกันว่า ทางขึ้นสู่พระสุเมรุจะมีภูเขาล้อมรอบ 5 ลูก ส่วนด้านล่างสุดจะมีสระอโนดาตเป็นที่อยู่ของสัตว์หิมพานต์ทั้งหลาย รวมถึงมีวิมานของพญาครุฑ มีชื่อเมืองต่างๆอยู่ที่สระ ทั้งนี้สระอโนดาตจะเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำสายใยใหญ่ 4 สาย แต่ละสายจะมี วัว ช้าง สิงห์ และม้า อยู่ที่ปากแม่น้ำ ซึ่งถูกนำมาสร้างพระเมรุมาศตามแบบฉบับของ ในหลวงรัชกาลที่ 9 และจะไม่เหมือนพระเมรุมาศที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ประติมากรรม จะมีตั้งแต่องค์เทพ ตระกูลสัตว์ประจำทิศ พาหนะทรงของเทพ รวมถึงสัตว์หิมพานต์ที่อยู่รอบๆ และตั้งแต่ชั้นล่างฐานไพพรีแนวนอน มี 3 ชั้น ส่วนฐานแนวตั้ง เรียกว่า ฐานสิงห์ รอบ ๆ จะมีประติมากรรมเทวดานั่งพนมมือและพญาครุฑ อยู่รอบๆ เกือบ 600 ชิ้น ส่วนขั้นตอนการทำงานเริ่มจาก สเก็ตช์ภาพ , เขียนแบบ , ปั้นดิน , ทำแม่พิมพ์ , ผ่านกระบวนการหล่อ , ลงสีพื้น และ เขียนสี ขั้นตอนทั้งหมดจะมีความยุ่งยากมาก ซึ่งใช้เวลาทั้งหมด 7 เดือนเต็ม โดยใช้ช่างกว่า 600 คน แบ่งเป็นข้าราชการ 200 คน และที่เหลือเป็นอาสาสมัครทั้งหมด
ขณะที่ พระเมรุมาศ ชั้นบนสุดจะมีพระพรหม โดยเชื่อกันว่าเป็นเทพของการสร้างสรรค์ เป็นเทพของความเมตตา และเป็นพระของผู้สร้างโลกให้กำเนิดสิ่งต่างๆ เปรียบได้กับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเปี่ยมด้วยพระเมตา ส่วนพระอิศวร เป็นเทพที่ประทานพรวิเศษให้กับมนุษย์ที่ทำความดี และยึดมั่นในศีลธรรม ส่วนที่สำคัญคือ พระนารายณ์ เชื่อว่าพระเจ้าอยู่หัวคือพระนารายณ์อวตารลงมาเกิด มีหน้าที่ปราบทุกข์เข็ญของอาณาประชาราษฎร์ ซึ่งได้นำพระพักตร์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ในสมัยที่พระองค์ยังทรงพระเยาว์ เอามาใส่เป็นหน้าพระพักตร์ของพระนารายณ์ และสุดท้าย พระอินทร์ เป็นผู้ที่บันดาลความสุข บันดาลให้ฝนตกตามฤดูกลาล และบันดาลให้พืชผลงดงาม
นอกจากนี้ องค์เทพที่สำคัญจะอยู่ทั้งสี่ทิศ เพื่อดูแลพิทักษ์โลก คือ ท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่ มีท้าววิรูปักษ์ เป็นผู้ดูแลรักษาด้านทิศตะวันตก , ท้าววิรุฬหก เป็นผู้ดูแลรักษาด้านทิศใต้ , ท้าวธตรฐ เป็นผู้ดูแลรักษาด้านทิศตะวันออก , ท้าวเวสสุวรรณ เป็นผู้ดูแลรักษาด้านทิศเหนือ อย่างไรก็ตาม ยังมีสัตว์ที่สำคัญ คือ คชสีห์ ถือว่าเป็นตัวแทนของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ เป็นผู้พิทักษ์แผ่นดินและพระมหากษัตริย์ รวมถึงเป็นตัวแทนของเหล่าทหารทั้งหมด ส่วน ราชสีห์ เป็นตัวแทนของข้าราชการที่ปฏิบัติงานต่างพระเนตรพระกรรณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 มาโดยตลอด