วันนี้ (27 ต.ค.60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณท้องสนามหลวง ยังเนืองแน่นไปด้วยประชาชนที่เฝ้ารอชมพระราชพิธีเก็บพระบรมอัฐิ พระบรมราชสรีรางคาร ไปยังพระบรมมหาราชวัง และบางส่วนยังคงปักหลักที่จะได้เป็นส่วนหนึ่งในพระราชพิธีจนถึงวันสุดท้าย เพื่อให้ได้ใกล้ชิดในหลวงรัชกาลที่ 9 มากที่สุด
สำหรับบรรยากาศที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง และโดยรอบยังคงเนืองแน่นไปด้วยประชาชน โดยเฉพาะฝั่งจุดคัดกรองด้านหน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์มีประชาชนเข้าไปยังพื้นที่ด้านในเฝ้ารอร่วมงานพระราชพิธีฯ จนถึงวันสุดท้ายในวันอาทิตย์ที่ 29 ต.ค.นี้ ที่จะมีขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ริ้วขบวนที่ 5 และ 6 อัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิ ขึ้นประดิษฐาน ณ พระวิมาน บนพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท และอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคาร จากพระศรีรัตนเจดีย์ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ไปยังวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และวัดบวรนิเวศวิหาร
ในช่วงเช้าวันนี้มีประชาชนนับพันคน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในพระราชพิธีเก็บพระบรมอัฐิ พระบรมราชสรีรางคาร อัญเชิญไปยังพระบรมมหาราชวัง ซึ่งหลายคนยังคงอยู่ในพื้นที่ด้านในตั้งแต่วันที่ 25 ต.ค.ที่ผ่านมา เพื่อแสดงความอาลัย และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ขณะเดียวกันก็เริ่มเห็นภาพประชาชนทั้งที่อยู่ในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดบางส่วนทยอยเดินทางกลับกันบ้างแล้วตั้งแต่ช่วงเช้ามืดวันนี้ แต่ก็บอกว่าหากมีโอกาสจะกลับมาอีกครั้งในวันที่ 29 ต.ค.นี้
ทั้งนี้ แม้ประชาชนจะลดจำนวนน้อยลง แต่ในส่วนของจิตอาสาพระราชทาน และเจ้าหน้าที่ก็ยังคงปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกประชาชนอย่างต่อเนื่อง ส่วนการสัญจรในเส้นทางโดยรอบสนามหลวงขณะนี้ อย่างถนนราชดำเนินกลาง และสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าเปิดให้สัญจรได้แล้ว
อัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิ-พระบรมราชสรีรางคาร ในหลวง ร.9
หลังเสร็จสิ้นพระราชพิธีเก็บพระบรมอัฐิและพระบรมราชสรีรางคาร พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถพิตร จากนั้นเป็นการเคลื่อนขบวนพระบรมราชอิสริยยศ อัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิและพระบรมราชสรีรางคาร เข้าสู่พระบรมมหาราชวัง อย่างสมพระเกียรติ
ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี /ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาสิริวัฒนาพรรณวดี / พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ร่วมเสด็จในริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ
ขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ริ้วที่ 4 อัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิขึ้นประดิษฐานในบุษบกพระที่นั่งราเชนทรยาน โดยมีรองศาสตราจารย์นายแพทย์ประดิษฐ์ ปัญจวีณิน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ เป็นพนักงานภูษามาลา ประคองพระโกศพระบรมอัฐิ และอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคาร ขึ้นประดิษฐานในพระที่นั่งราเชนทรยานน้อย และศาสตราจารย์นายแพทย์ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นพนักงานภูษามาลา ประคองพระบรมราชสรีรางคาร ออกจากพระเมรุมาศ เดินเท้าตามจังหวะเพลงมาร์ชราชวัลลภ และเพลงพระราชนิพนธ์ในในหลวงรัชกาลที่ 9 จากนั้นเข้าสู่ถนนราชดำเนินใน ผ่านหน้าศาลฎีกา เลี้ยวขวาถนนหน้าพระลาน และเข้าสู่ประตูวิเศษไชยศรี รวมระยะทาง 1,075 เมตร
ประชาชนที่อยู่สองฝั่งถนน ก้มลงกราบอย่างพร้อมเพรียง เมื่อริ้วขบวนเคลื่อนผ่าน จากนั้นพนมมือค้างไว้ ท่ามกลางน้ำตาที่แสดงถึงความเสียใจ แม้วันนี้แดดจะแรง แต่ประชาชนทุกคนยังคงนั่งชมริ้วขบวนจนเสร็จสิ้น เพราะเป็นครั้งสุดท้ายที่จะได้น้อมส่งเสด็จในหลวงรัชกาลที่ 9
เมื่อริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ เข้าภายในพระบรมมหาราชวัง ขบวนพระที่นั่งราเชนทรยานน้อย อัญเชิญพระบรมราชสรีรางคาร แยกเข้าวัดพระศรีรัตนศาสดาราม อัญเชิญพระผอบพระบรมราชสรีรางคารพักไว้ที่พระศรีรัตนเจดีย์ ส่วนขบวนพระบรมราชอิสริยยศเชิญพระโกศพระบรมอัฐิโดยพระที่นั่งราเชนทรยาน เข้าประตูพิมานไชยศรี อัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิจากพระที่นั่งราเชนทรยานเข้าสู่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ประดิษฐานที่บุษบกแว่นฟ้าทอง