ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีเจ้าพนักงานปกครองอำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ เข้าแจ้งความ สถานีภูธรแม่อาย ให้ดำเนินคดีกับพระราชรัชมุนี เจ้าอาวาสวัดสวนดอก พระอารามหลวง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ และเจ้าคณะอำเภอเมืองเชียงใหม่ หลังพบหลักฐานมีการสวมบัตรคนตาย และปลอมสัญชาติไทย
โดยล่าสุด พ.ต.อ.ก่ำแก้ว สุยาติ ผกก.สภ.แม่อาย เปิดเผยว่า พระราชรัชมุนี พร้อมทนายความ ได้เข้าพบพนักงานสอบสวนตั้งแต่วันที่ 27 ต.ค.ที่ผ่านมา สอบสวนเบื้องต้น พระราชรัชมุนี ได้ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ยืนยันว่าเป็นคนไทย แต่บ้านเกิดอยู่ในชุมชนที่มีการตกหล่นจากระบบทะเบียนราษฏรของทางราชการ ต่อมาได้บรรพชาเป็นสามเณรและอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ที่วัดท่าตอน และจำพรรษาอยู่ที่วัดท่าตอน และต่อมาในปี พ.ศ.2535 ได้มีพระผู้ใหญ่ชื่อ หลวงพ่อถวัลย์ จำวัดอยู่ที่วัดพระพิเรนทร์ กรุงเทพฯ ปัจจุบันได้มรณภาพไปแล้ว เป็นคนดำเนินการนำบัตรประชาชน ซึ่งมีชื่อตรงกับของตนเองทุกอย่างมาให้ และแจ้งชื่อขอเข้าทะเบียนบ้าน ซึ่งตนเองไม่มีส่วนรู้เห็น จากนั้นต่อมาวันที่ 24 เม.ย.52 ตนจึงมายื่นขอทำบัตรประจำตัวประชาชนต่อนายทะเบียน อ.แม่อาย เนื่องจากทราบว่าทางราชการได้ให้พระภิกษุสามเณร ต้องมีบัตรประจำตัวประชาชน จึงทำไปและไม่รู้เรื่องอื่นใดเลย หลังการสอบสวนปากคำทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ปล่อยตัวไป
ด้านพ.ต.อ.ก่ำแก้ว กล่าวว่า แม้พระราชรัชมุนีจะให้การปฏิเสธ ก็เป็นสิทธิตามกฏหมายที่กระทำได้ ทางตำรวจเราก็มีหน้าที่หาหลักฐานเชื่อมโยงตามข้อหา ซึ่งพระราชรัชมุนีก็ระบุว่าตอนบวชไม่ได้สนใจทางโลก แต่มีพระผู้ใหญ่ทำบัตรมาให้ซึ่งชื่อทุกอย่างก็ตรงกันหมด ก็ไม่ได้สนใจ เพราะไม่ได้ใช้บัตรประชาชนอะไรมาก และไม่เคยรู้เรื่องการปลอมบัตรอะไรเลย หลังการสอบสวนปากคำทางตำรวจก็ได้เก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อ ไปตรวจหารหัสพันธุกรรม และประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ภูเขียว ให้ดำเนินการหาหลักฐาน และสอบปากคำพยาน ที่บ้านของ ดช.ดวงดี มาประกอบสำนวน และยังต้องเรียกปลัดอำเภอในสมัยนั้นที่เป็นผู้ดำเนินการและพยานอื่นๆ มาสอบปากคำ พร้อมเร่งสรุปสำนวน ส่วนใครจะผิดถูกก็ให้ศาลเป็นผู้ตัดสิน