สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เวย์โม (Waymo) บริษัทลูกของกูเกิล ผู้พัฒนาเทคโนโลยีไร้คนขับ แถลงยกเลิกพัฒนาระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ หรือออโตไพลอต (autopilot) เมื่อวานนี้ หลังพบว่า คนขับรถไว้วางใจในระบบอัจฉริยะมากเกินไป ทั้งที่ระบบนี้ยังต้องให้มนุษย์เป็นผู้ควบคุม หากเกิดสถานการณ์เสี่ยง
จากการทดสอบประสิทธิภาพของรถยนไร้คนขับของกูเกิล เมื่อปี 2013 พบว่า คนขับทำกิจกรรมอื่นๆ แทนที่จะจดจ่อกับท้องถนน เช่น งีบหลับ นั่งแต่งหน้า และเล่นมือถือ ในขณะที่รถเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่ง หากผู้ขับจำเป็นต้องควบคุมพวงมาลัยในทันทีเมื่อมีการเตือนฉุกเฉิน
จอห์น คราฟชิก (John Krafcik) ซีอีโอ เวย์โม เผยว่า หลังการทดสอบครั้งนั้น บริษัทจึงตั้งเป้าพัฒนาเทคโนโลยีไร้คนขับที่ไม่ต้องพึ่งมนุษย์ เพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่ทุกราย ขณะเดียวกัน คราฟชิก ย้ำว่า เวย์โม มีแผนจะเปิดตัวรถบรรทุกไร้คนขับ และจะจับมือกับผู้ผลิตรถค่ายต่างๆในการพัฒนาเทคโนโลยีขับเคลื่อนอัตโนมัติต่อไป
ทั้งนี้ เวย์โม เริ่มพัฒนารถยนต์ไร้คนขับตั้งแต่ปี 2009 โดยช่วงแรกนำเอารถยนต์ Toyota Prius ติดตั้งเซ็นเซอร์และเรดาร์เอาไว้ด้านบนหลังคา มาเป็นรถต้นแบบในการทดสอบวิ่งบนฟรีเวย์ ในแคลิฟอร์เนีย ก่อนจะเผยโฉมรถยนต์ 2 ที่นั่ง ขนาดเล็กของตัวเอง ซึ่งคาดการณ์ว่า น่าจะได้เห็นการใช้งานแบบสาธารณะภายในปี 2020
ขอบคุณภาพจาก : www.youtube.com/watch?v=uCezICQNgJU