รับมือพายุภาคใต้ กรมชลฯเร่งพร่องน้ำออกจากคลอง

โดย PPTV Online

เผยแพร่

จับตาพายุดีเปรสชั่น ในทะเลจีนใต้ ที่กำลังจะเคลื่อนเข้ามาที่ประเทศไทยในอีกไม่กี่วันนี้ ซึ่งกรมอุตุระบุว่ายังมีโอกาสที่พายุลูกนี้จะทวีความรุนแรงขึ้นอีก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หากอุณหภูมิน้ำทะเล กระแสลม รวมทั้งปัจจัยอื่นๆมีความเหมาะสม ก็มีโอกาสที่พายุลูกนี้ จะทวีความรุนแรงจากดีเปรสชั่นกลายเป็นพายุโซนร้อนได้ แต่นอกจากความรุนแรงของมัน สิ่งที่เราต้องจับตา ก็คือความเร็ว และทิศทางการเคลื่อนตัวของพายุลูกนี้

เช้านี้ กรมอุตุนิยมวิทยา ยังออกมาประกาศเตือนว่า พายุลูกนี้ยังอยู่ห่างออกไปราว 420 กิโลเมตร  และจะเคลื่อนตัวช้าๆมาทางตะวันตก ผ่านแหลมยวน และจะเข้ามาปกคลุมพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย ทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน ในประมาณวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ แต่น่าสนใจว่า ช่วงที่พายุลูกนี้เคลื่อนผ่านประเทศไทย จะผ่านไปแบบเร็วหรือไม่ เพราะหากเคลื่อนผ่านไปช้าๆ และแช่อยู่ในประเทศไทยนานๆ โอกาสที่จะเกิดน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม ก็มีสูงมากตามไปด้วย

แม้ว่าพายุลูกนี้จะยังเดินทางมาไม่ถึง แต่ด้วยอิทธิพลของมันก็ทำให้บางพื้นที่เริ่มมีฝนตกชุกบ้างแล้ว ซึ่งกรมอุตุก็ยังคงประกาศเตือน พื้นที่ 13 จังหวัดภาคใต้ ตามภาพนี้ ให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมรับมือกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตั้งแต่วันนี้ไปถึงวันที่ 3 

จากคำเตือนของกรมอุตุนิยมวิทยา ล่าสุดกรมชลประทานก็เริ่มเตรียมความพร้อมแล้ว โดยเฉพาะที่จังหวัดชุมพร เพราะมีความเป็นไปได้สูงที่พายุจะเคลื่อนผ่านจุดนี้พอดี สำนักงานชลประทานที่ 14 จึงได้เร่งออกสำรวจทุกคลอง ทุกประตูระบายน้ำ เพื่อเร่งพร่องน้ำออก ให้มีพื้นที่ว่างสำหรับรองรับปริมาณฝนที่จะเกิดขึ้นจากพายุลูกนี้ รวมถึงเตรียมพื้นที่แก้มลิงเอาไว้ด้วย ส่วนอุปกรณ์เช่นรถขุดกำจัดสิ่งกีดขวางในคลอง และเครื่องผลักดันน้ำ ก็เริ่มนำไปติดตั้งบางส่วนแล้ว

อีกจุดที่เราจะต้องจับตามองต่อจากนี้ คือ ระหว่างที่พายุลูกนี้กำลังจะเคลื่อนเข้าสู่ไทย ปรากฏว่าขณะนี้มีพายุอีกหนึ่งลูกที่ก่อตัวอยู่บริเวณชายฝั่งของประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งตอนนี้ทวีความรุนแรงขึ้นเป็นดีเแรสชั่นไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนทิศทางการเคลื่อนตัว จะเคลื่อนมาทางฝั่งตะวันตก เข้าสู่ประเทศเวียดนาม กัมพูชา และจะอ่อนกำลังลง กลายเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำและมามีกระทบต่อประเทศไทย ภาคตะวันออก บริเวณอ่าวไทย และกรุงเทพมหานคร และน่าสนใจว่า ขณะที่พายุลูกนี้กำลังก่อตัว อิทธิพลของมันจะส่งผลมาถึงพายุลูกที่กำลังจะเข้าไทยด้วย เช่นความเร็วการเคลื่อนตัว และทิศทางที่อาจจะเบี่ยงเบนไปจากเดิม

ส่วนภาคกลาง สถานการณ์น้ำเริ่มดีขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุดเขื่อนเจ้าพระยาแรับลดอัตราการระบายน้ำลงมา เหลืออยู่ที่ประมาณ 2600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีเท่านั้น ส่งผลให้ท้ายเขื่อนระดับน้ำจะลดลงจากเดิมอีกราว 10-20 เซนติเมตร ส่วนพื้นที่เหนือเขื่อนเจ้าพระยา วันนี้ก็มีข่าวดี โดยเฉพาะพื้นที่บางระกำ เพราะกรมชลประทานจะเร่งพร่องน้ำออกจากทุ่งบางระกำเป็นวันแรก คาดว่าใช้เวลาอีกไม่เกิน 1 เดือน สถานการณ์น้ำจะกลับสู่ภาวะปกติ

สำหรับพื้นที่แก้มลิง หรือทุ่งรับน้ำจุดอื่นๆ ในเขื่อนเจ้าพระยาลงมา กรมชลประทานจะเริ่มผันน้ำออกประมานกลางเดือนนี้ แต่กรมชลยืนยันว่าจะไม่ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำสายต่างๆล้นตลิ่ง จนได้รับผลกระทบแน่นอน

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ