วันนี้ (3 พ.ย.60) นายสุวิชญ โรจนวานิช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือ สศค. เปิดเผยความคืบหน้ากรณีการตรวจสอบสิทธิ์ นายวัชรินทร์ ตันกุรานันท์ ที่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจน แต่มีการโพสต์ภาพการใช้ชีวิต ดื่มกาแฟหรู ใช้ของแบรนด์เนม ระบุว่า กระทรวงการคลังยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบเชิงลึก ซึ่งจะตรวจไปถึงรายได้ของผู้อุปถัมภ์ รูปแบบการใช้ชีวิตของบุคคลดังกล่าว แต่จากข้อมูลเบื้องต้น นายวัชรินทร์ ถือว่ายังมีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไข ที่จะได้รับบัตรคนจนทั้งหมด ดังนั้นกระทรวงการคลังจึงยังไม่มีการตัดสิทธิ์การใช้บัตร
ทั้งนี้ จากกรณีดังกล่าว กระทรวงการคลังจะต้องกลับไปทบทวนเงื่อนไขการลงทะเบียนเพื่อขอรับสวัสดิการใหม่ในรอบปี 2562 จากเงื่อนไขเดิมให้มีความรัดกุมมากขึ้น เช่น การเพิ่มเงื่อนไขให้รัฐ สามารถระงับสิทธิ์การใช้บัตรได้ทันที หากเกิดกรณีที่ต้องมีการตรวจสอบว่าบุคคลที่ขอรับบัตร มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขจริงหรือไม่ รวมถึงเงื่อนไขว่า หากบุคคลนั้นมีผู้อุปถัมภ์ หรือมีรายได้เพียงพอในการดำรงชีพ ก็จะไม่ได้สิทธิ์ในการรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
ด้านนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ได้หารือปัญหาการใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ ร.ฟ.ท. ที่ไม่สามารถรูดบัตรได้ ในกรณีที่ประชาชนเข้าใช้พร้อมกันเป็นจำนวนมาก จึงการสั่งการให้เปลี่ยนมาเป็นการใช้ระบบสายแลนทั้งหมดที่สถานีรถไฟขนาดใหญ่ ส่วนสถานีต่างจังหวัดห่างไกล ให้ใช้ระบบซิมการ์ดตามปกติ
ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำกับการรถไฟฯว่า ผู้ที่ใช้บัตรคนจน จะต้องเป็นเจ้าของบัตรจริงๆ เท่านั้น หากตรวจพบว่าไม่ใช่เจ้าของสิทธิ์จริง ก็ให้ดำเนินการยึดสิทธิ์คืนทันที ส่วนกรณีการติดตั้งระบบอี-ทิคเก็ต กับรถเมล์ ขสมก.ไม่ทันนั้น เบื้องต้นได้แก้ไขปัญหาให้มีการจ่ายคูปองให้ผู้ใช้สิทธิ์ โดยบริษัทที่ติดตั้งเครื่องไม่ทันจะเป็นผู้รับผิดชอบในส่วนนี้
ขณะที่ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งร้านธงฟ้าประชารัฐ อย่าขายสินค้ารวมชุดราคา 200 และ 300 บาท เพราะถือเป็นการเอาเปรียบ ควรให้ผู้ซื้อตัดสินใจซื้อสินค้าเอง หลังมีการร้องเรียนว่า ร้านธงฟ้าประชารัฐ บางแห่งได้จัดสินค้าเป็นชุดขาย ซึ่งสินค้าในชุดบางอย่างก็ไม่ค่อยจำเป็นต่อการใช้งาน ดังนั้น จึงมอบหมายให้ค้าภายในและพาณิชย์จังหวัดในแต่ละพื้นที่ออกตรวจแบบไม่มีการแจ้งล่วงหน้า หากพบร้านค้าและพื้นที่ใดทำผิดหลักเกณฑ์ให้ถอนออกจากโครงการนี้ได้ทันที พร้อมย้ำ ทุกร้านต้องติดป้ายแสดงราคาสินค้าให้ชัดเจน ซึ่งมั่นใจสิ้นเดือนพฤศจิกายนนี้ ยอดร้านธงฟ้าจะครบ 18,000 แห่ง ซึ่งจะทำให้มีเม็ดเงินลงสู่ระบบ 2 เดือน มากกว่า 5,000 ล้านบาท