เตรียมแจ้ง 2 ข้อหาคนขับรถบัส-รถกระบะ เหตุบัสคว่ำนักเรียนตาย

โดย PPTV Online

เผยแพร่

กรณีเกิดอุบัติเหตุรถบัสนักเรียนพลิกคว่ำลงข้างทางจนทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 คน นับเป็นเหตุสลดที่เกิดขึ้น เพราะหนึ่งในผู้เสียชีวิตคือเด็กนักเรียนชั้นประถม นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บอีกกว่า 50 คน ล่าสุดตำรวจเตรียมแจ้งข้อกล่าวหาคนขับรถบัสและรถกระบะ 2 ข้อหา

วันนี้ (16 พ.ย.60) ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อวานนี้ (15 พ.ย.60) เกิดเหตุรถบัส 2 ชั้นชนกับรถกระบะ จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และหนึ่งในนั้นเป็นเด็กนักเรียนอายุ 12 ปี ซึ่งรถได้รับความเสียหายอย่างมาก โดยเฉพาะส่วนหนารถที่ชนเข้ากับรถกระบะที่วิ่งตัดหน้า ทั้งนี้ซากรถบัสดังกล่าว จะถูกนำมาไว้ที่สถานีตำรวจภูธรอำเอด่านขุนทด จ.นครราชสีมา เพื่อรอเจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบ พร้อมกับซากรถกระบะเช่นเดียวกัน

โดยการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจะเน้นตรวจสอบว่า รถมีสภาพความเสียหายอย่างไรบ้าง รวมถึงตรวจดูว่ารถบัสผ่านการตรวจเช็คสภาพรถตามระยะเวลาที่กรมการขนส่งกำหนดหรือไม่ ก่อนที่ตำรวจจะให้เจ้าของบริษัทรถนำหลักฐานเข้ามายืนยันการตรวจเช็กสภาพรถ หากพบว่ารถขาดการตรวจสภาพ เจ้าของบริษัทรถอาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมายด้วย

ทั้งนี้ส่วนการทำสำนวนคดี ตำรวจระบุว่า หลังตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุ และ สอบปากคำพยาน พบว่า คนขับรถทั้งสอง มีส่วนทำให้เกิดความสูญเสีย ซึ่งล่าสุดวันนี้เตรียมแจ้งข้อกล่าวหาคนขับรถบัสและรถกระบะ 2 ข้อหา ประกอบด้วย ข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และ ข้อหาทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายบาดเจ็บสาหัส แต่เนื่องจากคนขับรถกระบะเสียชีวิตในที่เกิดเหตุทำให้การดำเนินคดีไม่สามารถทำได้

ขณะที่สำหรับอุบัติเหตุครั้งนี้ ล่าสุดตำรวจสรุปข้อมูลพบว่ามีผู้เสียชีวิต3 ราย ประกอบด้วย นาย วีรพล ทอง คนขับรถบัส , นางอุรากร ทองคำ ภรรยาคนขับรถบัส , และ ด.ญ.ภิญญาดา ลาภภิญโญ นักเรียนโรงเรียน บ้านหนองแซง จ.ชัยภูมิ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 56 คน

อย่างไรก็ตามข้อมูลจากครูโรงเรียนบ้านหนองแซง เปิดเผยว่า รถบัสคันดังกล่าวขับพานักเรียนจาก โรงเรียนบ้านดอนเตาเหล็ก และโรงเรียนบ้านหนองแซง จ.ชัยภูมิ เวลา20.00น. ของวันที่14 พฤศจิกายน เดินทางพาคณะครูและนักเรียนกว่า 50 คน ไปทัศนศึกษาที่ท้องสนามหลวง กรุงเทพมหานคร โดยเดินทางไปถึง สนามหลวงเวลาประมาณเที่ยงคืน จากนั้นคณะออกจากสนามหลวงในเวลาประมาณ 10.00น. เพื่อเดินทางกลับ พร้อมแวะไหว้พระที่วัดสรพงษ์ ก่อนจะออกจากวัดในเวลา15.30น. และมาเกิดอุบัติเหตุในเวลา16.30น.

นอกจากนี้ อีกหนึ่งเรื่องที่น่าสนใจ คือ ความเร็วของรถบัสที่ขณะขับมา ว่ามีความเร็วเกินกว่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ ด้านตำรวจ ระบุว่า นอกจากดูความเร็วในที่เกิดเหตุแล้ว ยังต้องดูความเร็วที่รถบัสขับมาก่อนถึงจุดเกิดเหตุ เนื่องจากจุดเกิดเหตุอยู่บริเวณทางแยก ซึ่งตามกฎหมายนั้น รถจะต้องชะลอ และถ้าหากไม่มีการชะลอ จึงจะถือว่าเป็นการขับรถด้วยความเร็ว

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เปิดตำนานกับเผ่าทอง ทองเจือ

เปิดตำนานกับเผ่าทอง ทองเจือ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ