สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การประชุม 2 วัน ระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศจากเอเชียและยุโรปกว่า 50 ประเทศ ได้เริ่มขึ้นแล้วที่ศูนย์ประชุมนานาชาติเมียนมาร์ ณ กรุงเนปิดอว์ เพื่อเจรจาขยายความร่วมมือด้านสันติภาพ และบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ทั้งนี้ แม้ว่าปัญหาโรฮิงญาจะไม่ได้ถูกระบุไว้ในร่างระเบียบวาระการประชุมครั้งนี้ แต่ก็เป็นประเด็นที่ทุกฝ่ายต้องการคำตอบจากทางเมียนมาร์ว่าจะมีทางออกอย่างไร
นางเฟเดริกา โมเกรินี (Federica Mogherini) ผู้แทนระดับสูงของสหภาพยุโรป ได้กล่าวก่อนการประชุมว่า จะเรียกร้องให้นางอองซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐและรัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมาร์ ยอมดำเนินการตามคำแนะนำของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญเพื่อสร้างเสถียรภาพในรัฐยะไข่ ขณะที่สหภาพยุโรปเชื่อว่า การยุติการใช้ความรุนแรงเป็นสิ่งที่จำเป็น เช่นเดียวกับการเปิดทางให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการรับผู้ลี้ภัยกลับประเทศอย่างปลอดภัย
อย่างไรก็ตาม ในการกล่าวเปิดการประชุมวันนี้ นางอองซาน ซูจี ไม่ได้พูดถึงปัญหาโรฮิงญาเลย โดยระบุเพียงว่าประเทศต่างๆ ในเอเชียและยุโรปต้องร่วมมือกันมากขึ้น เพื่อจัดการกับความท้าทายที่ส่งผลกระทบในวงกว้าง เช่น ความขัดแย้งระดับภูมิภาคและระดับสากล ความมั่นคงภายใน รวมถึงภัยคุกคามจากกลุ่มก่อการร้ายและกลุ่มหัวรุนแรง
ขณะเดียวกัน เมื่อวานนี้ นายหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของจีน ได้หารือร่วมกับนางอองซาน ซูจี ก่อนจะแถลงข่าวร่วมกัน โดยทั้งสองฝ่ายให้คำมั่นว่าจะขยายความสัมพันธ์และความร่วมมือให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ในส่วนของปัญหาโรฮิงญา รัฐมนตรีต่างประเทศของจีนยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ซับซ้อน และมีเพียงเมียนมาร์และบังกลาเทศเท่านั้นที่จะแก้ไขปัญหานี้ได้ผ่านการหารืออย่างฉันท์มิตร ขณะที่นานาชาติสามารถมีส่วนร่วมโดยสร้างเงื่อนไขและบรรยากาศที่จำเป็นต่อการคลี่คลายวิกฤติดังกล่าว
ทั้งนี้ รัฐบาลจีนได้เสนอแนวทาง 3 ระยะ เพื่อช่วยแก้วิกฤติโรฮิงญา ระยะที่ 1 คือ การหยุดยิงในรัฐยะไข่ ระยะที่ 2 คือ การเจรจาระหว่างเมียนมาร์และบังกลาเทศเพื่อหาทางออกที่เป็นไปได้ และระยะสุดท้ายคือ การแก้ปัญหาระยะยาว โดยมุ่งเน้นไปที่การแก้ปัญหาความยากจน ซึ่งเป็นต้นเหตุของความขัดแย้งและความไม่สงบ ด้านนางซูจี กล่าวว่า เห็นด้วยกับแนวทาง 3 ระยะที่จีนเสนอ และหวังว่าจีนจะมีบทบาทสำคัญในการผลักดันการแก้ปัญหาในรัฐยะไข่ต่อไป