ฟังเสียงปชช. คิดอย่างไรกับ “ถอดเก้าอี้รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน”

โดย PPTV Online

เผยแพร่

กรณี บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ ถอดเก้าอี้นั่งผู้โดยสารแถวกลางออก ภายในรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน หรือ เอ็มอาร์ที จนทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากโลกโซเชียล รวมถึง สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ที่เห็นว่าเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคอย่างชัดแจ้ง แต่ผู้โดยสารที่ขึ้นรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ทีเป็นประจำ กลับมีความคิดเห็นที่ไม่ตรงกัน ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยที่ถอดเก้าอี้ออก อีกทั้งยังตั้งข้อสงสัยว่า จะเป็นการแก้ปัญหาผู้โดยสารหนาแน่นที่ถูกจุดของรถไฟฟ้าดังกล่าวหรือไม่

หลังจากมีการเผยแพร่ภาพการถอดเก้าอี้ผู้โดยสารออก ภายในรถไฟฟ้าใต้ดินสายมีน้ำเงิน (MRT) เพื่อให้มีพื้นที่ภายในตู้โดยสารเพิ่มขึ้น และสามารถบรรจุผู้โดยสารได้มากขึ้น ส่งผลให้มีการวิพากษ์วิจารณ์จากโลกโซเชียลจำนวนมาก โดย นายฤทธิกา สุภารัตน์ รักษาการผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ชี้แจงว่า บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM  ได้ทำการถอดเก้าอี้นั่งผู้โดยสารแถวกลางภายในรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล หรือ รถไฟฟ้าใต้ดินออก เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถเดินทางได้มากขึ้น และได้เริ่มทดลองในขบวนแรก ตั้งแต่วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560

 

สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย คัดค้านถอดเก้าอี้โดยสารในขบวนรถไฟฟ้า

คล้อยหลังวันเดียว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยออกแถลงการณ์ ระบุว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการใช้ข้ออ้างเพื่อแสวงหากำไร บนพื้นฐานของการเอาเปรียบผู้บริโภคอย่างชัดแจ้ง ซึ่งการที่เกิดปัญหาผู้โดยสารล้นสถานีและตกค้างในเวลาเร่งด่วน เป็นความบกพร่องของ รฟม.และ BEM ที่ไม่ยอมที่จะเร่งลงทุนเพื่อจัดหาขบวนรถไฟฟ้าเข้ามาให้บริการเพียงพอกับความต้องการของผู้โดยสารต่างหาก ทั้งนี้การที่ รฟม.อนุญาตให้ BEM ดำเนินการได้เช่นนี้ ถือได้ว่าเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 25 มาตรา 46 มาตรา 61 ประกอบ พรบ.คุ้มครองผู้บริโภค 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยชัดแจ้ง สมาคมฯจึงขอเรียกร้องให้ รฟม.และ BEM ดำเนินการใส่เก้าอี้กลับไปติดตั้งคงเดิมเสียโดยพลัน พร้อมกับเร่งจัดซื้อจัดหาขบวนรถมาเพิ่มเติมให้เพียงพอกับปริมาณผู้โดยสารในช่วงเวลาเร่งด่วนด้วย และหากคำร้องนี้ไม่เป็นผล สมาคมฯจำเป็นที่จะร่วมมือกับผู้บริโภคนำคดีขึ้นสู่ศาลเพื่อหาข้อยุติและค่าสินไหมทดแทน ที่ผู้โดยสารต้องสูญเสียที่นั่งในขบวนรถไฟฟ้าไปกลับคืนมาอย่างแน่นอน

ขบวนรถไฟฟ้าที่ถอดเก้าอี้ออก จะปล่อยวิ่งเฉพาะช่วงเวลาเร่งด่วน

ผู้สื่อข่าวนิวมีเดียพีพีทีวี ลงพื้นที่สำรวจและสอบถามพนักงานประจำสถานีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ทราบว่า ขบวนรถไฟฟ้าที่ถอดเก้าอี้ออกมี 2 ขบวน โดยเป็นขบวนที่ให้บริการในช่วงเวลาเร่งด่วนเท่านั้น คือ เวลา 07.00-09.00 น. และ 17.00 – 20.00 น. จากนั้นผู้สื่อข่าวทดลองโดยสารรถไฟฟ้าขบวนดังกล่าวตั้งแต่สถานีหัวลำโพง จนถึง สถานีเตาปูน รวม 19 สถานี ราคาค่าโดยสาร 42 บาท พบว่า มีผู้โดยสารบางคนแปลกใจที่เห็นรถไฟฟ้าไม่มีเก้าอี้ตรงกลางโบกี้ ขณะที่บางรายถึงกับหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปและเซลฟี่ นอกจากนี้ บางสถานีมีผู้โดยสารขึ้นรถไฟเป็นจำนวนมากจนแน่นขนัด ทำให้เห็นว่าบริเวณพื้นที่ใจกลางโบกี้รถไฟที่ถอดเก้าอี้ออกนั้น ผู้โดยสารสามารถยืนได้แถวละ 7-8 คน ถ้าหากยืนหันหน้าเข้าหากัน ก็จะยืนได้จำนวน 6 แถว ส่วนบริเวณฝั่งที่ยังมีเก้าอี้ติดตั้งอยู่ ผู้โดยสารจะสามารถนั่งได้ทั้ง 2 ฝั่งๆ ละ 8 คน และตรงกลางสามารถยืนได้ 2 แถวจำนวน 7-8 คน

ผู้โดยสารส่วนใหญ่ไม่รู้มาก่อนว่าจะมีการถอดเก้าอี้โดยสาร

น.ส.ศรสววรค์ พันธุ์เพียรเลิศ นักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ผู้ที่ใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเป็นประจำ ให้สัมภาษณ์ว่า การที่ถอดเก้าอี้ออกจากรถไฟฟ้า ส่วนตัวคิดว่าเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค เพราะความจริงควรต้องเพิ่มจำนวนตู้โดยสารรถไฟแทน นอกจากนี้ยังไม่ทราบมาก่อนด้วยว่าจะมีการถอดเก้าอี้ออก ทั้งนี้มีความคิดเห็นว่าควรจะมีเก้าอี้ติดตั้งไว้แบบเดิมดีกว่า เนื่องจากสามารถนั่งได้และมีความปลอดภัย เช่น ถ้าหากมีผู้สูงอายุขึ้นรถไฟจำนวนมาก ก็สามารถมีที่ให้พวกเขานั่งได้

ส่วน น.ส.จิตติมา กางทอง พนักงานบริษัทเอกชน ผู้โดยสารรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเป็นประจำ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวไม่คิดว่าเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค เนื่องจากตั้งแต่รถไฟฟ้าสายสีม่วง ที่สถานีเตาปูนเชื่อมต่อกับ รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ทำให้มีผู้โดยสารเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม และหลังจากมีการถอดเก้าอี้ออกไป ก็ทำให้สามารถจุผู้โดยสารได้เยอะมากขึ้น และไม่ต้องเบียดกัน เพราะปกติก็ไม่ได้นั่งเก้าอี้กันอยู่แล้ว แต่ก็ไม่เคยทราบมาก่อนเหมือนกันว่าจะมีการถอดเก้าอี้ในรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน และที่มาทราบภายหลังเนื่องจากเพื่อนแชร์ข่าวจากเฟซบุ๊ก

ขณะที่ นายกีรติ หล่ำวิไลเกษร อายุ 43 ปี พนักงานบริษัทเอกชน ซึ่งเป็นผู้ที่ได้โดยสารรถไฟฟ้าขบวนที่ถูกถอดเก้าอี้ออก ให้ความคิดเห็นว่า จากการที่ได้โดยสารขบวนรถไฟฟ้าดังกล่าว มีความรู้สึกว่าไม่ต่างไปจากเดิมมากนัก และในจุดที่ถอดเก้าออกไป ก็ทำให้มีพื้นที่ให้คนยืนเยอะขึ้นก็จริง เพียงแต่ว่าคนจะเดินเข้ามาข้างในรถไฟกันหรือเปล่า เนื่องจากคนมักจะชอบไปยืนกระจุกอยู่ตรงประตูทางเข้า ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ภายในขบวนรถไฟมีคนหนาแน่น

“จริงๆ ข้างในมันมีที่ว่างนะ เพียงแต่ว่าคนไม่ค่อยชอบเดินเข้าไปด้านในเท่าไหร่ ก็ไม่ทราบว่าจะสามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุดหรือไม่ ซึ่งอยู่ที่ผู้โดยสารมากกว่า จะมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีน้ำใจไหม ถ้าหากคุณลงสถานีไกลๆ ก็เดินเข้าไปอีกหน่อยดีกว่า เพราะเวลาคุณลงรถไฟยังไงก็มีเวลาเพียงพอที่จะเดินออกมาได้อยู่แล้ว แต่ถ้าหากยังยืนอยู่หน้าประตูกันเหมือนเดิม มันก็ไม่ได้แก้ปัญหาอะไร” นายกีรติ กล่าว

ทั้งนี้ ไม่คิดว่าการถอดเก้าอี้ออกเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค เพราะเท่าที่สังเกต ก็เห็นแต่ผู้หญิงที่นั่งเก้าอี้ ซึ่งตนเป็นผู้ชายก็ไม่ได้นั่งอยู่แล้วจะยืนเป็นปกติมากกว่า ขณะเดียวกันคนส่วนใหญ่มักไม่ค่อยคิดมากเรื่องเก้าอี้นั่งกันเท่าไหร่ อาจจะเป็นเพราะว่าเวลายืนบนรถไฟฟ้าจะมีความปลอดภัยและสบายใจกว่ายืนบนรถเมย์ รวมถึงผู้โดยสารก็มักหากิจกรรมอย่างอื่นทำระหว่างโดยสาร เช่น กดโทรศัพท์มือถือ นอกจากนี้ที่ทราบมาก่อนล่วงหน้าแล้วว่าจะมีการถอดเก้าอี้ออก เพราะเห็นประกาศจากในเว็บไซต์

 

“มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค” ชี้ การถอดเก้าอี้ในรถไฟฟ้า เป็นการแก้ปัญหาที่ไม่คำนึงถึงผู้บริโภค

นางสาวสารี อ๋องสมหวัง  เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า การที่ BEM ยกเก้าอี้ออกจากรถไฟฟ้า ทำให้สะท้อนถึงปัญหาของการบริการ แทนที่จะคำนึงถึงผู้ใช้บริการ โดยเพิ่มที่นั่งเข้าไป ไม่ใช่ลดที่นั่ง ถึงรถไฟฟ้าจะมีจำนวนผู้โดยสารเยอะก็ตาม ซึ่งการทางออกในการแก้ปัญหาของ BEM คือ การเพิ่มตู้โดยสารรถไฟ แทนการลดจำนวนเก้าอี้ลง โดยต้นตอปัญหาดังกล่าว เป็นเพราะการบริการพวกนี้ไม่มีการแข่งขัน ดังนั้นเมื่อผู้บริโภคไม่มีทางเลือก การที่จะปรับปรุงคุณภาพบริการก็จำกัดลง เมื่อบริษัทที่รับสัมปทานบริหารจัดการรถไฟฟ้ามีเพียงผู้เดียว จึงทำให้สามารถดำเนินการอะไรก็ได้  ดังนั้นหน่วยงานที่กำกับดูแล รฟม. ควรจะให้ความสำคัญในเรื่องเหล่านี้  อย่างน้อยถ้าหากทำอะไรที่กระทบต่อสาธารณะ งานบริการ และผู้บริโภค ควรจะมีการกระบวนการพิจารณาอนุมัติและขออนุญาตก่อน รวมถึงรับฟังความคิดเห็น หรือสอบถามผู้บริโภค

ประชาชนควรตื่นตัวรักษาผลประโยชน์สาธารณะร่วมกันอย่างจริงจัง

เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวต่อว่า ที่สำคัญพบว่าคุณภาพงานบริการราคารถไฟฟ้าในประเทศไทยยังให้ความสำคัญกันน้อย แต่ราคาค่าโดยสารกลับแพงกว่าของต่างประเทศ เช่น แพงกว่าสิงคโปร์ ฮ่องกง และญี่ปุ่น ซึ่งความจริงควรจะถูกกว่าประเทศเหล่านี้ ดังนั้นจะเห็นได้ว่าคุณภาพงานบริการของไทยดูเหมือนจะไม่ค่อยสัมพันธ์กับราคาที่เราจ่ายไป เพราะผู้บริโภคไม่มีทางเลือกมากนัก สิ่งเหล่านี้บริษัทควรให้ความสำคัญอย่างยิ่งดังนั้นอยากให้ BEM ทบทวนกลับมาดำเนินการติดตั้งเก้าอี้แบบเดิม และหาทางออกอื่นที่ดีกว่านี้ เช่น เพิ่มจำนวนตู้โดยสารรถไฟ แทนการลดเก้าอี้ในรถไฟฟ้า ซึ่งอันนี้ถือเป็นบทเรียน ที่ผู้บริโภคมีการตื่นตัวและเรียกร้องมากขึ้น ทั้งนี้อยากจะเห็นประชาชนตื่นตัวรักษาผลประโยชน์ของตัวเองและประโยชน์สาธารณะร่วมกัน ซึ่งต้องทำอย่างจริงจังมากขึ้น

รฟม.แจง จัดซื้อรถไฟฟ้าเพิ่มแล้ว 35 ขบวน

ล่าสุด วันนี้ (22 พ.ย.60) นายรณชิต แย้มสอาด ที่ปรึกษา รักษาการรองผู้ว่าการ (ปฏิบัติการ) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยหลังจากการประชุมหารือร่วมกับ ดร.สมบัติ  กิจจาลักษณ์ กรรมการผู้จัดการ BEM ว่า ได้ดำเนินการจัดซื้อรถไฟฟ้าเพิ่ม จำนวน 35 ขบวนแล้ว โดยรถไฟฟ้าขบวนใหม่จะส่งมาถึงในช่วงปลายปี 2561 และจะเริ่มทยอยให้บริการได้ประมาณต้นปี 2562 ซึ่งในระหว่างที่รอรถขบวนใหม่มาเพิ่มนั้น รฟม. ได้กำชับให้ BEM ดำเนินการหาแนวทางเพื่อบรรเทาปัญหาดังกล่าว

สำหรับการปรับปรุงห้องโดยสารในขบวนรถไฟฟ้าโดยถอดที่นั่งบางส่วนและเพิ่มราวจับนั้น การทดลองดำเนินการเช่นเดียวกับในหลายประเทศดำเนินการแล้ว โดย BEM ได้ทดลองถอดที่นั่งเพียงบางส่วนของจำนวนที่นั่งทั้งหมด และยังคงเหลือที่นั่งเพียงพอสำหรับผู้โดยสารที่มีความจำเป็น เช่น ผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์ ภิกษุสงฆ์ เป็นต้น ซึ่งวิธีการดังกล่าวจะช่วยให้สามารถรองรับผู้โดยสารเพิ่มขึ้นได้ 10% ทั้งนี้ ในระหว่างการทดลองถอดที่นั่งกับรถไฟฟ้าจำนวน 1 ขบวน ทาง BEM จะมีการศึกษาวิเคราะห์ผลที่ได้รับจากการทดลองให้บริการจริง พร้อมทั้งรับฟังความเห็นโดยรวมของผู้ใช้บริการ และจะนำผลการทดลองให้บริการมาหารือร่วมกับ รฟม. อีกครั้ง

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ