ทีมนักวิทยาศาสตร์ศูนย์วิจัยธรณีศาสตร์แห่งเมืองพอตสดาม ประเทศเยอรมนี ได้ทำการศึกษาข้อมูลจากดาวเทียมวัดพลังงานรังสีขององค์การนาซาระหว่างปี 2012-2016 พบว่า ทั่วโลกมีการเปิดไฟส่องสว่างในพื้นที่กลางแจ้งยามค่ำคืน เช่น ถนน และที่จอดรถเพิ่มขึ้นปีละ 2 เปอร์เซนต์ โดยมีเพียง 3 ประเทศเท่านั้นที่มีอัตราการเปิดไฟในยามค่ำคืนน้อยลงอย่างชัดเจนคือ ซีเรีย และเยเมน ที่มีปัญหาสงครามกลางเมือง รวมทั้งออสเตรเลีย ที่เกิดปัญหาไฟป่ารุนแรงเมื่อปีที่แล้ว
คริสโตเฟอร์ ไคบา (Christopher Kyba) หัวหน้าทีมนักวิทยาศาสตร์ที่ทำการศึกษาเรื่องดังกล่าวแสดงความเป็นห่วงว่าแนวโน้มที่เกิดขึ้นจะรบกวนการนอนหลับของมนุษย์ ซึ่งจะส่งร้ายต่อสุขภาพในที่สุด
นอกจากนี้ แสงสว่างจากหลอดไฟที่มากเกินไปในยามค่ำคืน ยังส่งผลกระทบต่อการเดินทางอพยพและการสืบพันธุ์ของปลา นก สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก ค้างคาว และ แมลง รวมทั้งยังทำให้พืชพรรณต่างๆ มีระยะเวลาการเจริญเติบโตที่นานผิดปกติ
โดยทีมวิจัยแนะนำว่า ทางออกของปัญหาดังกล่าวคือการหลีกเหลี่ยงหลอดไฟที่ให้แสงสว่างเจิดจ้าและหันมาใช้หลอดแบบ LED ที่มีแสงสว่างเป็นสีเหลืองอ่อนๆ หรือปรับลดความสว่างของไฟประดับตกแต่ง