สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า พิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ของซิมบับเวจัดขึ้นที่สนามกีฬาแห่งชาติในกรุงฮาราเร เมืองหลวง ท่ามกลางประชาชนนับหมื่นคน รวมถึงผู้นำประเทศในแอฟริกาและแขกผู้มีเกียรติอื่นๆ ที่มาร่วมเป็นสักขีพยาน โดยนายมนันกากวาจะดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเฉพาะกาลจนกว่าจะถึงการเลือกตั้งในปีหน้า ซึ่งคาดว่าเขาจะร่วมชิงชัยด้วย สำหรับนายมนันกากวา ได้หนีออกนอกประเทศหลังจากถูกนายมูกาเบสั่งปลดเมื่อช่วงต้นเดือน ซึ่งเป็นชนวนเหตุให้กองทัพซิมบับเวเข้ายึดอำนาจ ก่อนจะเดินทางกลับมาถึงกรุงฮาราเรเมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยเขาได้ให้คำมั่นว่าจะพาซิมบับเวเข้าสู่ยุคใหม่ของประชาธิปไตย และฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ภายใต้การบริหารประเทศของมูกาเบเกือบ 40 ปี
อย่างไรก็ตาม นักวิจารณ์ยังคงกังขาว่า นายมนันกากวา จะดำเนินการปฏิรูปและคืนเสรีภาพให้กับพลเรือนที่อยู่ใต้การปกครองที่กดขี่มายาวนานได้จริงหรือไม่ เพราะนายมันกากวาเองก็เป็นมือขวาของมูกาเบมานาน และเชื่อว่าอยู่เบื้องหลังการออกนโยบายที่โหดร้ายหลายนโยบายเหมือนกัน โดยในสมัยที่เขาเป็นมือขวาของมูกาเบ นายมนันกากวาเป็นหัวหน้าหน่วยข่าวกรองของประเทศที่ใครๆ ต่างหวาดกลัว รวมถึงยังคุมกระทรวงยุติธรรมและกระทรวงกลาโหมในยุคที่มีการใช้ความรุนแรงและปราบปรามอย่างโหดเหี้ยม ซึ่งเขาถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการสังหารหมู่ที่มาตาเบเลแลนด์ ในช่วงทศวรรษ 1980 ด้วย
ทั้งนี้ นายมูกาเบ และนางเกรซ ผู้เป็นภรรยา ไม่ได้มาร่วมในพิธีวันนี้ด้วย โดยหนังสือพิมพ์ เดอะ เฮรัลด์ (The Herald) ของรัฐบาล รายงานก่อนหน้านี้ว่า นายมูกาเบอาจจะไม่มาร่วมงาน เพราะต้องการพักผ่อน ด้านกองทัพซิมบับเวเปิดเผยเมื่อวานนี้ว่า ทางกองทัพตกลงที่จะรับประกันความปลอดภัย และไม่ดำเนินคดีนายมูกาเบและภรรยา โดยแหล่งข่าวรัฐบาลยืนยันกับสำนักข่าวรอยเตอร์สว่า นายมูกาเบต้องการใช้ชีวิตเวลาที่เหลือของเขาในซิมบับเว และไม่มีแผนที่จะลี้ภัยไปต่างประเทศ ขณะที่ชาวซิมบับเวส่วนใหญ่ยังคงให้ความเคารพอดีตผู้นำเผด็จการคนนี้ โดยประชาชนหลายคนในกรุงฮาราเร บอกว่า มูกาเบควรได้พัก มากกว่าถูกตั้งข้อหาหรือถูกเนรเทศ