สมเด็จพระสันตปาปาฟรานซิส ประมุขแห่งคริสตจักร นิกายโรมัน คาทอลิก เสด็จออกเดินทางจากนครรัฐวาติกัน ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น โดยพระองค์ทรงมีกำหนดจะถึงยังนครย่างกุ้งของเมียนมาร์ในวันนี้ เพื่อเข้าพบกับนางอองซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐ รวมถึงผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเมียนมาร์
ประเด็นหลักที่ทั้ง 2 จะพูดคุยกันก็คือ วิกฤตชาวมุสลิมโรฮิงญาที่อพยพหนีความรุนแรงไปยังบังกลาเทศกว่า 6 แสนคน แต่สิ่งที่ทุกคนเป็นกังวลก็คือ สมเด็จพระสันตปาปาจะทรงใช้คำว่า “โรฮิงญา” ในระหว่างการเยือนครั้งแรกนี้หรือไม่
ก่อนหน้านี้ หลายฝ่ายรวมถึงที่ปรึกษาของพระองค์ ต่างก็เตือนให้พระองค์พยายามหลีกเลี่ยงการใช้คำว่า “โรฮิงญา” เพราะสำหรับชาวเมียนมาร์แล้ว จะเรียกคนกลุ่มนี้ว่า ”เบงกาลี” ซึ่งหมายถึงชาวบังกลาเทศที่อพยพเข้ามา ส่วน “โรฮิงญา” หมายถึงชนพื้นเมืองในเมียนมาร์ ซึ่งชาวเมียนมาร์ไม่เคยยอมรับคนกลุ่มนี้ว่าเป็นชนพื้นถิ่น
นั่นหมายความว่า หากพระองค์ทรงเอ่ยคำนี้ขึ้นมา อาจทำให้ชาวเมียนมาร์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวพุทธไม่พอใจ จนสถานการณ์ลุกลามกลายเป็นความรุนแรงได้
ฝั่งประธานาธิบดี อับดุล ฮามิด ของบังกลาเทศ แสดงความหวังว่า การเยือนเมียนมาร์และบังกลาเทศของสมเด็จพระสันตะปาปาครั้งนี้จะช่วยคลี่คลายวิกฤต และจะช่วยกดดันให้รัฐบาลเมียนมาร์ยอมรับผู้อพยพโรฮิงญากลับประเทศ
ทั้งนี้ สมเด็จพระสันตปาปาฟรานซิสจะทรงใช้เวลาอยู่ที่เมียนมาร์นาน 3 วัน ก่อนจะเดินทางต่อไปยังบังกลาเทศในวันพฤสบดีนี้
การเดินทางเยือนครั้งนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสไม่พอใจรัฐบาลเมียนมาร์และนางอองซาน ซูจี ที่ทำเพิกเฉยต่อการกวาดล้างชาวโรฮิงญา ซึ่งคนส่วนใหญ่มองว่า นี่คือการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์