เมื่อวันที่ (27 พ.ย. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ควบคุมตัวนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร จากศาล จ.นครพนม ไปควบคุมตัวไว้ที่เรือนจำกลางจังหวัดนครพนม ระหว่างฝากขังผัดแรกเป็นเวลา 12 วัน ตามขั้นตอนครูจอมทรัพย์จะต้องเข้าไปอยู่ในแดนแรกรับ โดยก่อนที่เธอจะถูกควบคุมตัวได้ให้การบนชั้นศาลเพื่อขอประกันตัว โดยระบุว่า เป็นห่วงความปลอดภัยของตัวเอง มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง และไม่คิดหลบหนีไปไหน แต่ศาลไม่รับพิจารณาให้ประกันตัว เพราะเกรงว่าจะไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐานและจะหลบหนี
การขยายความเชื่อมโยงผู้ร่วมขบวนการรับจ้างรับผิดแทนครูจอมทรัพย์วันนี้ ตำรวจเตรียมออกหมายเรียกและหมายจับเพิ่มเติม หลังส่งชุดสืบลงพื้นที่กระจายสอบปากคำพยานมากกว่า 20 ปาก ในเขตจังหวัดนครพนม สกลนคร มุกดาหาร
พลตำรวจเอกวิระชัย ทรงเมตตา รักษาราชการแทนรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงการสอบปากคำนางจอมทรัพย์ก่อนฝากขังว่า นางจอมทรัพย์ อ้างว่า เพิ่งมารู้ว่านายสับ วาปี ถูกจ้างมารับผิดแทนในช่วงก่อนการไต่สวน และยังให้การพาดพิงถึงเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ และ กระทรวงยุติธรรม ทีมที่ช่วยเหลือทางคดี โดยอ้างว่า มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับการใช้พยานหลักฐานเท็จ โดยเฉพาะ“นายสับ วาปี” ที่ถูกว่าจ้างให้มารับผิดแทน ตำรวจจึงเตรียมเรียกเจ้าหน้าที่รัฐทั้ง 2 หน่วยงานมาสอบปากคำ
แม้ศาลจะไม่ให้ประกันตัวนางจอมทรัพย์ แต่วันนี้ ศาล จ.นครพนม อนุมัติให้ประกันตัว “นายสับ วาปี” และ “นางจันทร์ วาปี” ภรรยา ด้วยหลักทรัพย์ค้ำประกันคนละ 1 แสนบาท หลังทั้งคู่ถูกควบคุมตัวส่งฟ้องศาลไปเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลการปล่อยตัวว่า นายสับและนางจันทร์ รับสารภาพกับตำรวจว่ารู้เห็นขบวนการรับจ้างรับผิดแทนครูจอมทรัพย์ และยอมมอบตัวกับเจ้าหน้าที่โดยสมัครใจ ไม่ต้องมีหมายจับ และไม่มีพฤติกรรมหลบหนี
ด้านการสอบปากคำนายสุริยา นวนเจริญ ผู้ต้องหาตามหมายจับข้อหานำสืบพยาน หลักฐานเท็จต่อศาลและซ่องโจร ตอนนี้ตำรวจยังสอบปากคำ ส่วนใหญ่ให้การเป็นประโยชน์ทางคดี และยอมรับว่าจ้างสับ วาปี มารับผิดแทนครูจอมทรัพย์
ส่วนที่นายสุริยา เผยกับสื่อว่าครูจอมทรัพย์ไม่รู้เห็นกับสื่อมวลชนวานนี้ พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวว่า ไม่สามารถนำมาประกอบสำนวนคดีได้ ตำรวจจะบันทึกถ้อยคำที่ให้การกับพนักงานสอบสวนเท่านั้น ซึ่งตอนที่ถูกจับกุมมีการซัดทอดถึงครูจอมทรัพย์ไปแล้ว และวันพรุ่งนี้เตรียมขออำนาจศาลฝากขังที่เรือนจำกลาง จ.นครพนม