วันนี้ (28 พ.ย. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวดาวน้อย สุทธินิภาพันธ์ ผู้อำนวยการโรงงานยาสูบ กล่าวว่า หลังมีการบังคับใช้พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต ปี 2560 ตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมา ทำให้โรงงานยาสูบได้รับผลกระทบอย่างมาก เนื่องจากไม่สามารถแข่งขันกับบุหรี่นำเข้าจากต่างประเทศได้ เพราะมีการลดราคาขายปลีกลง ส่งผลให้โรงงานยาสูบมีรายได้ลดลง โดยมองว่า โครงสร้างภาษีใหม่มีช่องโหว่ที่ทำให้เอกชนสามารถปรับลดราคาขายปลีกได้ ในขณะที่โรงงานยาสูบต้องปรับราคาขายแพงขึ้นจากอัตราภาษีที่เพิ่มสูงขึ้น
โดยตั้งแต่มีการประกาศใช้ภาษีสรรพสามิต ปี 2560 ส่งผลให้โรงงานยาสูบมีส่วนแบ่งทางการตลาดลดลงจากเดิมที่ 80% เหลือเพียง 65.92% เท่านั้น ในขณะที่บุหรี่นำเข้ามีส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มขึ้นมากกว่า 32% ดังนั้น จึงต้องการให้มีการทบทวนโครงสร้างภาษีใหม่ เพราะปัจจุบันกฏหมายพระราชบัญญัติยาสูบฉบับนี้ ยังมีการเข้มงวดในการทำการตลาด ซึ่งยากที่จะออกผลิตภัณฑ์ใหม่
ทั้งนี้ หากไม่มีการทบทวนภาษีสรรพสามิตใหม่ จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของโรงงาน ที่คาดว่ายอดการผลิตสินค้าจะลดลงอย่างต่อเนื่อง และจะทำให้ โรงงานยาสูบขาดทุนสูงถึง 4,000 – 5,000 ล้านบาท ในปี 2562