วันนี้ (28 พ.ย.60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองสงขลา ควบคุมตัวแกนนำและผู้ชุมนุมคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา ไปฝากขังที่ศาลจังหวัดสงขลา หลังถูกแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว ผู้ต้องหาทั้ง 15 คน เปล่งเสียงออกมาที่แสดงให้เห็นถึงจุดยืน คือต้องการพบนายกรัฐมนตรี และหยุดถ่านหินเทพา พวกเขาถูกใส่กุญแจมือ และถูกโซ่คล้องร้อยเชื่อมกับทุกคน ก่อนที่จะขึ้นรถตำรวจและถูกเคลื่อนย้ายไปที่ศาลจังหวัดสงขลาเพื่อขอฝากขัง ส่วนอีก 1 คน ซึ่งเป็นเยาวชนอายุ 16 ปี ถูกควบคุมตัวแยกออกไปที่ศาลเยาวชน
ในขณะที่ขั้นตอนในศาลกำลังเดินหน้าจากทีมทนายความ บรรยากาศนอกศาลที่ฝนตกหนัก ชาวบ้านอีกกลุ่มที่คัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา ประมาณ 30 คน รวมตัวนั่งสมาธิ และสวดขอดุอาร์ ด้านหน้าศาลจังหวัดสงขลา เพื่อให้กำลังใจกับแกนนำที่ถูกควบคุมตัว พวกเขาใช้เวลาอยู่ที่นี่เกือบ5 ชั่วโมง ก่อนจะแยกย้ายกลับบ้าน หลังทราบผลการพิจารณาของศาล
การพิจารณาใช้เวลากว่า 5 ชั่วโมง ล่าสุดศาลอนุญาตให้ฝากขังได้ และไม่คัดค้านการประกันตัว โดยให้วางหลักทรัพย์ประกันตัวคนละ 9 หมื่นบาท รวม 15 คน เป็นเงิน 1ล้าน3แสน5หมื่นบาท แต่ด้วยทางกลุ่มคัดค้าน ยังหาเงินไม่ทัน จึงยังไม่ได้ทำเรื่องขอประกันตัวในวันนี้
การจับกุมผู้คัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา และเกิดเหตุปะทะกัน จนทั้ง 2 ฝ่ายได้รับบาดเจ็บ ยังถูกตั้งคำถามจากนายชาญวิทย์ อร่ามฤทธิ์ ในฐานะทนายความของฝ่ายคัดค้านฯ ว่าการจับกุมโดยไม่มีการตั้งข้อกล่าวหาก่อน สามารถทำได้หรือไม่
ขณะที่ พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ รักษาการแทนผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ยืนยันว่า การควบคุมตัวแกนนำและผู้คัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา ไม่ได้ใช้อำนาจตามมาตรา44 แต่เป็นการควบคุมตัวเนื่องจากกระทำผิดซึ่งหน้า แม้เจ้าหน้าที่จะใช้ขั้นตอนเพื่อขอเจรจาให้ยุติการเคลื่อนไหวหลายครั้ง เนื่องจากการเคลื่อนไหวของผู้คัดค้านเข้าข่ายผิดกฏหมาย แต่ผู้คัดค้านไม่ยอม จึงต้องใช้ตำรวจควบคุมฝูงชนเข้ากระชับพื้นที่เพื่อจับกุม อ้างว่าผู้คัดค้านตอบโต้โดยใช้ความรุนแรงจาก ตำรวจจึงต้องตอบโต้ด้วยการใช้กำลัง เพื่อไม่ให้เหตุการณ์บานปลาย