“อุ้ม” หญิงสาวที่ถ่ายคลิปวิดีโอและตกเป็นเหยื่อการลวนลามบนรถเมล์ เปิดใจในรายการเป็นเรื่องเป็นข่าวว่า หลังจากที่ไหวตัวทันเลยใช้กล้องมือถือส่องดู ก่อนจะเห็นมือของผู้ชายคนนั้นพยายามที่จะเอามือมาโดนตัวเรา เมื่อเห็นมือยื่นมาจึงได้กดอัดไว้ ก่อนมือจะมาโดนตัวจึงหันไปต่อว่า แต่เขาก็ปฏิเสธว่าไม่ได้ทำ และอ้างว่าจับเบาะเท่านั้น สักพักเขาก็หาทางลงจากรถเมล์ไป ตอนนั้นยอมรับว่า กลัว โกรธ แต่เราต้องหาหลักฐานก่อนที่จะไปว่าเขา ก่อนนำไปเตือนเพื่อน แต่วันนั้นไม่ได้บอกกระเป๋ารถเมล์ เพราะผู้โดยสารที่ขึ้นรถมานั่งอยู่ด้านหลังก็ยังไม่เดินมาเก็บเงินเลย โดยที่นั่งของเราเป็นที่นั่งเบาะคู่โซนหลัง เมื่อเราโพสต์คลิปก็มีผู้เสียหายหลายคน ตอนนี้ก็ต้องระวังตัวอย่างมากในการใช้ชีวิต
หลังจากคลิปวิดีโอเผยแพร่ออกมา “ส้ม” หญิงสาวอีกรายหนึ่งที่เคยโดนเมื่อวันที่ 18 ส.ค. ที่ผ่านมา ก็เคยพบกับเหตุการณ์เช่นนี้เหมือนกันอย่างเดียวกับเหตุการณ์ในคลิป ก่อนจะหันไปด่าแล้วเขาก็บอกว่า เข้าใจผิด จนเดินไปบอกกระเป๋ารถเมล์ผู้หญิง และคนขับที่เป็นผู้ชาย ว่าถูกลวนลาม แต่ทั้งสองคนกับนิ่งเฉย บนรถตอนนั้นคนก็ไม่ได้แน่น มีที่นั่งว่าง ไม่มีการถามกลับใดๆทั้งสิ้น เหมือนเขามองว่าเป็นเรื่องปกติ ก่อนจะมีผู้หญิงอีกคนขึ้นมานั่งใกล้ผู้ชายคนนั้น เราก็เลยตะโกนเตือนให้ผู้หญิงคนนั้นระวัง เราก็ด่าเขาไปเรื่อยๆ ในขณะที่กระเป๋ารถเมล์ และคนขับก็ไม่ได้สนใจ จนผู้ชายคนนั้นลงจากไปพร้อมกับอ้างว่ายังไม่ได้ทำอะไรเลย ก็เลยถ่ายรูปไว้ ซึ่งเป็นคนเดียวกันกับที่มีการเผยแพร่คลิปในโลกออนไลน์
ขณะที่ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมาศาลอาญาได้ออกหมายจับผู้ต้องหาที่เราเพิ่งจับตัวได้ ในข้อหากระทำอนาจาร เหตุการณ์นี้ต้องขอบคุณประชาชนที่ให้ข้อมูล และขอบคุณผู้เสียหายที่ให้ข้อมูลกับตำรวจ โดยมีการนำตัวไปสอบปากคำแล้ว และอยากจะฝากถึงหญิงสาวรายอื่นๆ ที่อาจจะตกเป็นเหยื่อ หรือเข้าข่ายถูกลวนลามบนรถเมล์ ไม่ว่าจะเป็นบนรถเมล์สาย 8 หรือสายอื่นๆ ก็ขอให้มาชี้ตัวผู้ต้องหาที่ สน.บางซื่อ เบื้องต้นทราบว่า มีไม่ต่ำกว่า 5-6 ราย ตอนนี้เท่าที่ทราบมีการก่อเหตุบนรถเมล์สาย 8 สายเดียว ตอนนี้ต้องมีการสอบสวนว่าผู้ต้องหาทำไปด้วยจิตปกติหรือไม่
“เมื่อท่านรู้สึกว่าโดนลวนลาม ท่านควรจะร้องโวยวายขึ้นมาเลย ไม่ควรรอเพราะจะไม่เกิดประโยชน์ อย่างน้อยเพื่อให้คนรอบข้างสามารถจับกุมตัวคนร้ายส่งตำรวจได้ หรือหากเกิดความอายแล้วกลับไปปรึกษาที่บ้าน ก็สามารถที่จะแจ้งความที่สถานีตำรวจที่ไหนก็ได้ ส่วนการเก็บหลักฐานนั้นคนร้ายมักไม่ค่อยจะทำอย่างโจ่งแจ้ง ในการเก็บหลักฐานอาจะเป็นสิ่งที่ยาก แต่ถ้าทำได้ก็จะเป็นหลักฐานที่ดี”
ด้าน “ปรีชา ณ เชียงใหม่” ทนายความ ได้อธิบายถึงกรณีนี้ว่า การแตะเนื้อต้องตัวกันนั้นถือเป็นการทำอนาจาร มีความผิดตามกฎหมายกระบวนการอาญา มาตรา 278 โทษจำคุก 10 ปี ปรับถึง 2 แสนบาท หากเป็นการอนาจารอายุเกิน 15 ปี สามารถยอมความได้ ภายใน 3 เดือน ไม่จำเป็นต้องมีหลักฐานก็สามารถแจ้งความจับได้ แตะเนื้อต้องตัวถือเป็นอนาจารทันที แต่ผู้หญิงมักจะไม่ค่อยแจ้งความ เพราะคิดว่าเป็นการเสียชื่อเสียง อาย กลัวเป็นข่าวดัง กรณีนี้เป็นการทำอนาจารต่อหน้าต่อธารกำนัล ต่อหน้าประชาชนคนเยอะๆ เป็นความผิดอันยอมความไม่ได้ ไม่ต้องรีบไปแจ้งความ เช่นน้องส้ม เมื่อเจอว่าในคลิปแล้วพบว่าเป็นคนเดียวกันก็สามารถไปแจ้งความได้ ไม่มีการขาดอายุความ อย่างบนรถเมล์เมื่อรถวิ่งมันเกิดการเกี่ยวพันหลายพื้นที่ ก็สามารถแจ้งท้องที่ไหนก็ได้ แล้วตำรวจจะส่งไปให้ท้องที่ที่เกี่ยวข้องให้
“โทษอนาจารมีโทษหนัก แต่ที่จับไม่ได้เนื่องจากคนไม่กล้าเข้าช่วยจับเพราะบัญชีแนบท้ายประมวลกฎหมายอาญา 79 ระบุ ยกเว้นว่า ราษฎรไม่มีอำนาจจับ กฎหมายไม่ให้ราษฎรจับได้ ทำให้พวกนี้ลอยนวลได้ แถมอาจจะผิดกฎหมายเสียเอง และบางคนยังสงสัยว่าเกิดจริงหรือไม่ อย่างแรกที่ต้องทำคือ ร้องโวยวายว่าเราโดนลวนลาม พอโวยวายเขาจะไม่กล้า เป็นการป้องกันตัวเรา แล้วก็ถ่ายคลิป ถ่ายรูปไว้ บางคนเขาเห็นก็ขอชื่อ ขอเบอร์ไว้ แล้วไปแจ้งตำรวจ ถ้าเป็นตอนกลางคืนเขาเดินตามคุณลงไป จะแย่” ทนายความแนะนำ
ชมคลิปได้ที่ : เป็นเรื่อง! “เหยื่อ” โวย โดนลวนลามบน “รถเมล์ สาย 8” ฟ้อง “คนขับ – กระเป๋า” ไม่มีใครสนใจ ทำเหมือนเป็นเรื่องปกติ