เมื่อวานนี้ (29 พ.ย.60) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รักษาราชการแทน รองผู้บังคำการตำรวจด้านกฎหมายและคดี ในฐานะโฆษกตำรวจ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่สอบปากคำพยานไปแล้ว 33 ปาก และวันนี้ (30 พ.ย.60) พนักงานสอบสวนเรียกเจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรม และกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ 14 ราย ไปสอบปากคำ ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม
โดย วันเดียวกันนี้พนักงานสอบสวนเรียกนางทัศนีย์ หาญพยัคฆ์ หนึ่งในผู้ต้องหามาแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมอีก 2 ข้อหา เป็นข้อหาต่างกรรมต่างวาระ ข้อหาแรกคือเบิกความอันเป็นเท็จ ที่ในการสอบสวนครั้งแรก ซึ่งนางทัศนีย์ ระบุว่า ขณะเกิดเหตุรถชนนายเหลือ พ่อบำรุง เสียชีวิต เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2548 ได้ขี่รถจักรยานยนต์มาเพียงคนเดียว เห็นรถคันที่เกิดเหตุ จำทะเบียนได้คือ บค 56 สกลนคร ไม่มีผู้ใดลงมาจากรถแล้วคนร้ายขับหนีไป แต่เมื่อเบิกความพยานในศาลชั้นต้น นางทัศนีย์กลับให้ปากคำว่าเห็นอุบัติเหตุรถชน แต่บอกว่ามีผู้ชายเดินลงมาจากรถแล้วขับรถหนีไป ต่างจากการให้ปากคำพนักงานสอบสวนตั้งแต่แรก
ทั้งนี้ พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวว่า ต่อมานางทัศนีย์ไปเบิกความในชั้นไต่สวนเพื่อขอรื้อฟื้นคดีครูจอมทรัพย์ นางทัศนีย์ให้ปากคำว่า ขี่รถจักรยานยนต์มาโดยมีนางทองเรศ วงศ์ศรีชา ซ้อนท้ายมาด้วย ซึ่งแตกต่างจากครั้งก่อน เนื่องจากมีตัวละครเพิ่มมาคือ นางทองเรศ และต่อมานางทัศนีย์เบิกความอีกครั้งว่านางทองเรศซ้อนท้ายมา แต่จำทะเบียนไม่ได้ ซึ่งให้ปากคำไม่ตรงกันเลยจึงแจ้งข้อหาเพิ่มเติมให้การเท็จต่างกรรมต่างวาระกัน ส่วนข้อหาที่ 2 ร่วมกันเป็นซ่องโจร เนื่องจากนางทัศนีย์เข้าร่วมขบวนการตั้งแต่ต้น ซึ่งพนักงานสอบสวนจะขอศาลอนุมัติหมายจับเพิ่มมากกว่า 1 ราย เป็นพลเรือน เกี่ยวข้องกับการสร้างพยานหลักฐานเท็จ
ขณะนี้อยู่ระหว่างประมวลเรื่องเสนอให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. อนุมัติรางวัลเชิดชูเกียรติให้กับ พ.ต.ท.ทงศักดิ์ โพธิ์โหน่ง อดีตรอง ผู้กำกับการ (สอบสวน) สภ.คำชะอี ช่วยราชการ สภ.ผึ่งแดด อ.เมือง จ.มุกดาหาร ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนทำคดีครูจอมทรัพย์ขับรถชนคนเสียชีวิต ปัจจุบันเกษียณไปแล้ว ในฐานะที่ทำสำนวนคดีได้ละเอียด รอบคอบ รัดกุม ทำให้ศาลเชื่อว่านางจอมทรัพย์คือผู้กระทำความผิดตัวจริง
ขณะที่รายงานข่าวแจ้งว่า ข้าราชการกระทรวงยุติธรรม 14 รายที่จะไปให้ปากคำพนักงานสอบสวนที่ บก.ภ.จว.นครพนมนั้น มี พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรมด้วย นอกจากนี้ยังมีนายณัชพล สุพัฒนะ หรือ มาร์ค พิทบูล ประธานชมรมมิตรภาพพิทบูล เจ้าของเพจ มาร์ค พิทบูล ที่เคยประกาศรับบริจาคเงินช่วยเหลือครูจอมทรัพย์ ก็จะไปให้ปากคำด้วยเช่นกัน
นอกจากนี้ ที่ บก.ภ.จว.นครพนม นางทัศนีย์ หาญพยัคฆ์ อายุ 61 ปี อยู่บ้านเลขที่ 8 หมู่ 2 ต.นาคู่ อ.นาแก จ.นครพนม ผู้ต้องหาตามหมายเรียกในข้อหาแจ้งความเท็จ เดินทางมาพร้อมนางทองเรศ วงศ์ศรีชา พยานอีกคน โดยเจ้าหน้าที่นำตัวทั้งสองเข้าห้องสอบสวนที่ บก.ภ.จว.นครพนม
ด้าน พล.ต.ต.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด กล่าวว่า คดีขบวนการปั้นพยานเท็จ ได้ออกหมายเรียกมาสอบสวนแล้ว 8 ราย ดำเนินคดีไปแล้ว 4 ราย คือ ครูจอมทรัพย์ , ครูอ๋อง , นายสับ วาปี และนางจัน วาปี ภรรยานายสับ ซึ่งจะเร่งสรุปพยานหลักฐานเพื่อขอออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการและผู้ให้การสนับสนุนกับบุคคลที่เหลือ
ทั้งนี้ได้เชิญนางทัศนีย์มาให้ปากคำครั้งที่ 2 เนื่องจากเป็นพยานสำคัญที่เคยเบิกว่าเห็นคนขับรถเป็นผู้ชายที่ชนนายเหลือ พ่อบำรุง เสียชีวิต แต่จากการตรวจสอบหลักฐานที่เคยให้การกับพนักงานสอบสวนและเบิกความในชั้นศาลแตกต่างกันจึงเป็นข้อพิรุธ ส่วนนางทองเรศ ตำรวจไม่ได้ออกหมายเรียก แต่เจ้าตัวต้องการมายืนยันความบริสุทธิ์ใจ เนื่องจากเป็นพยานที่เคยเบิกความว่าพบเห็นเพียงป้ายทะเบียน คือ 56 และยืนยันว่าคนขับรถเป็นผู้ชาย หากมีหลักฐานว่าร่วมขบวนการ จะแจ้งข้อหาดำเนินคดี และในส่วนของนายนิรันดร์ แสนเมืองโคตร อดีตสามีครูจอมทรัพย์ รอมาพบพนักงานสอบสวนรอบ 2 หากไม่มาจะออกหมายจับทันที เบื้องต้นจากการตรวจสอบเอกสารหลักฐาน เชื่อว่าน่าจะมีส่วนในการช่วยเหลือครูจอมทรัพย์ รอเพียงพยานหลักฐาน และการสอบปากคำเพิ่มเติม หากพบว่ากระทำผิดจะดำเนินคดีตามกฎหมาย ทันที
ขณะที่นายทินกร แสนเมืองโคตร อายุ 47 ปี กำนันตำบลด่านม่วงคำ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร หลานชายนายนิรันดร์ แสนเมืองโคตร เป็นตัวแทนนายนิรันดร์ยื่นหนังสือขอเลื่อนให้ปากคำกับพนักสอบสวน หลังจากเจ้าหน้าที่ออกหมายเรียกในข้อหาแจ้งความเท็จ ที่เคยปรากฏตัวร่วมกับนายสุริยา หรือครูอ๋อง นวลเจริญ นายสับ วาปี นางจัน วาปี ภรรยานายสับ ที่ สภ.เมืองนครพนม เมื่อปี 2557 เพื่อแจ้งความไว้ว่านายเสริฐ รูปสะอาด เป็นคนขับรถชนคนตาย ไม่ใช่ครูจอมทรัพย์ โดยนายทินกรกล่าวว่า นายนิรันดร์ไม่สามารถเดินทางมาให้ปากคำได้ ซึ่งนายนิรันดร์โทรศัพท์มาขอเลื่อนแล้ว แต่เจ้าพนักงานขอให้มีหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษร ตนจึงต้องเป็นตัวแทนนำหนังสือมาแจ้งขอเลื่อน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายสุริยา หรือครูอ๋อง หลังศาลจังหวัดนครพนมไม่อนุญาตให้ประกันตัว จึงถูกคุมตัวเข้าเรือนจำกลางจังหวัดนครพนม โดยนายเดชา แจ่มจันทร์ ผบ.เรือนจำกลางจังหวัดนครพนม กล่าวว่า จากรายงานของพยาบาลระบุว่าครูอ๋องมีสุขภาพแข็งแรง ยังไม่พบอาการอื่นๆ จึงกำชับให้ผู้คุมแดน 1 หมั่นตรวจเช็กห้องขังทุกๆ ชั่วโมง โดยครูอ๋องแจ้งกับผู้คุมว่านอนไม่ค่อยหลับ เพราะยังปรับตัวไม่ได้