สถาบันวิจัยของบริษัท “McKinsey & Company” บริษัทที่ปรึกษาธุรกิจชื่อดัง ระบุว่าภายในปี 2030 หรืออีก 13 ปีข้างหน้า แรงงานมนุษย์ 400-800 ล้านคนทั่วโลก จะถูกเลิกจ้าง เพราะงานที่ทำอยู่จะถูกแทนที่โดยระบบอัตโนมัติหรือหุ่นยนต์ โดยจำนวนนี้ ประมาณ 75 ล้าน ถึง 375 ล้านคน จะต้องเปลี่ยนไปทำงานในสาขาอื่นและเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ (นอกเหนือจากที่เรียนมา)
ขณะที่ชั่วโมงการทำงานโดยมนุษย์ทั่วโลกอาจหายไปมากถึง 30% เพราะมีหุ่นยนต์มาแทนที่
สำหรับแรงงานที่มีความเสี่ยงตกงานเพราะหุ่นยนต์มากที่สุด คือ งานที่มีขั้นตอนค่อนข้างตายตัว เช่น ทำอาหารฟาสต์ฟูด และการควบคุมเครื่องจักร เช่นเดียวกับงานเก็บและประมวลผลข้อมูล
ส่วนแรงงานที่มีความเสี่ยงน้อยกว่า คือ ผู้ทำงานที่มีขั้นตอนไม่ตายตัว ซึ่งยากต่อการใช้หุ่นยนต์ทดแทน และมีค่าแรงน้อย จนทำให้ถูกมองว่าไม่น่าสนใจที่จะใช้หุ่นยนต์เพื่อประหยัดต้นทุน เช่น เลี้ยงเด็ก ทำสวน ซ่อมท่อประปา
สำหรับประเทศที่คาดว่าจะมีแรงงานถูกเลิกจ้างหรือเปลี่ยนงานเพราะหุ่นยนต์มากที่สุด คือ ญี่ปุ่น ที่น่าจะมีแรงงานได้รับผลกระทบเกือบครึ่ง เช่นเดียวกับสหรัฐฯ และเยอรมนี ที่กระทบกับแรงงานประมาณ 1 ใน 3 ส่วนประเทศจีน จะมีแรงงานมากถึง 100 ล้านคนต้องเปลี่ยนไปทำงานสาขาอื่น
แต่ประเทศกำลังพัฒนาอย่างอินเดีย จะมีแรงงานได้รับผลกระทบ เพียง 9% เพราะการซื้อเทคโนโลยีมาใช้แทนแรงงานมนุษย์ อาจยังมีราคาแพงเกินไปสำหรับประเทศเหล่านี้
ทั้งนี้ สถาบันวิจัย แนะนำให้รัฐบาลของทุกประเทศ เร่งสร้างตำแหน่งงานเพื่อชดเชยการจ้างงานที่ลดลงเนื่องจากการใช้เทคโนโลยี อย่างไรก็ตาม การจะทำเช่นนั้นได้ ก็ต้องอาศัยอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูง การสร้างนวัตกรรม และการลงทุนอีกมหาศาล
สำหรับการพัฒนาหุ่นยนต์ในปัจจุบันนอกเหนือจากพัฒนาหุ่นยนต์เพื่อใช้แทนแรงงานมนุษย์แล้ว ยังมีอีกหลากหลายวัตถุประสงค์ เช่น
ปลาหุ่นยนต์ตัวนี้ที่สามารถนำมาใช้งานได้ในหลากหลายวัตถุประสงค์ ตั้งแต่เพื่อการดูแลสุขภาพจนถึงเพื่อการรักษาความปลอดภัย โดยปลาหุ่นยนต์นี้ได้โชว์การว่ายน้ำในสระน้ำเป่าลมอยู่ในงาน Singapore International Robo Expo เมื่อวันที่ 2 พ.ย.60
ไอโบ้ สุนัขหุ่นยนต์เพื่อความบันเทิงเวอร์ชั่นล่าสุดของ Sony โดยปีนี้ มีการพัฒนาให้ดูมีชีวิตชีวามากขึ้น ด้วยการเพิ่มเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และเชื่อมต่อระบบอินเทอร์เน็ตได้ โดยเปิดจัดแสดงให้สื่อมวลชนเข้าชมก่อนที่ Sony สำนักงานใหญ่ในกรุงโตเกียวเมื่อวันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา
Sophia หุ่นยนต์ที่ถูกออกแบบขึ้นตามพื้นฐานร่างกายของมนุษย์ กำลังตอบคำถามต่างๆ กับสื่อมวลชน ในงาน Web Summit งานแสดงเทคโนโลยีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุโรป ที่ปีนี้จัดขึ้นที่กรุงลิสบอน ระหว่างวันที่ 6-9 พ.ย.ที่ผ่านมา
และหุ่นยนต์ Nina ถูกประดิษฐ์ขึ้นโดยการศึกษาของนักพัฒนาโดยใช้เวลาทั้งหมด 4 ปี จากการทดลองปฏิกิริยาโต้ตอบแบบเผชิญหน้า เพื่อให้หุ่นยนต์สามารถเรียนรู้แบบลึกซึ้งที่สุดและสามารถมีปฏิกิริยาตอบกลับแบบเป็นธรรมชาติที่สมบูรณ์และเหมาะสมกับสถานการณ์เฉพาะหน้าต่างๆที่เกิดขึ้นได้
ขอบคุณภาพจาก AFP