วันนี้ (30 พ.ย.60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บัญชีทรัพย์สินของนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร ผู้ต้องหาคดีนำสืบพยานเท็จต่อศาลและซ่องโจร กลายเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนหาขบวนการรับจ้างรับผิดแทนครูจอมทรัพย์ กำลังขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการเพิ่มจากการแกะรอยผ่านเส้นทางการเงินที่เธอได้รับบริจาค 1 ล้านบาท จากนายณัชพล สุพัฒนะ หรือ มาร์ค พิทบูล ประธานชมรมมิตรภาพ พิทบูล จากการขยายผลรายชื่อบุคคลที่ครูจอมทรัพย์โอนเงินในบัญชีที่มีอยู่ประมาณ 1 ล้านบาทให้ ชุดสืบสวนไม่เปิดเผยว่าเป็นใคร บอกเพียงว่ามีการถ่ายโอนให้คนหลายคน เช่น กลุ่มที่ช่วยเหลือในขั้นตอนรื้อฟื้นคดี คนใกล้ชิดในครอบครัว และ บุคคลอื่นที่ไม่ใช่ญาติ หากตรวจสอบพยานหลักฐานพบว่าเข้าข่ายร่วมขบวนการจ้างพยานเท็จ หรือ รู้เห็นจงใจปกปิดว่ามีขบวนการรับจ้างรับผิดจะดำเนินคดีตามกฎหมายทันที
สำหรับเงินบริจาค 1 ล้านบาทที่นายมาร์ค พิทบูล มอบให้ครูจอมทรัพย์ เขาอ้างว่า ตัวเองไม่รู้เห็นเรื่องการสร้างพยานหลักฐานเท็จในขั้นตอนรื้อฟื้นคดี ที่ทำไปในตอนนั้นเพราะเชื่อว่าครูจอมทรัพย์ไม่ได้ทำผิดจริง และ มีการซัดทอดไปถึงข้าราชการคนหนึ่งชื่อว่า “เอ็ม” ที่ยืนยันว่าครูจอมทรัพย์เป็นแพะ ในประเด็นนี้สอดคล้องกับข้อมูลของตำรวจที่สอบปากคำ “นายสับ วาปี” แล้วมีการซัดทอดถึงเจ้าหน้าที่ชื่อเอ็ม
ขณะที่ตำรวจภูธรภาค 4 จังหวัดขอนแก่นวันนี้ เจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรม และ กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ จำนวน 14 คน ที่อยู่ในทีมช่วยครูจอมทรัพย์รื้อฟื้นคดีและถูกซัดทอดว่ารู้เห็นกับพยานหลักฐานเท็จตั้งแต่แรก ไม่ได้เดินทางเข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตามหนังสือเรียก อ้างว่าติดภารกิจทางราชการ ทำให้พนักงานสอบสวนประชุมทีมและมีคำสั่งว่าจะต้องมาให้ปากคำวันที่ 7-8 ธันวาคมนี้ โดยจะแบ่งชุดสอบปากคำเป็น 2 ชุด เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง
ขณะที่ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวถึงการส่งตัวเจ้าหน้าที่เอสไอ 9 นาย ให้ตำรวจจังหวัดนครพนมสอบสวนว่า ขณะนี้ได้แจ้งไปยังกระทรวงและแจ้งผู้ที่เกี่ยวข้องรวมทั้งเจ้าตัวเพื่อเข้าไปให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวนแล้ว. แต่คาดว่าในสัปดาห์นี้น่าจะไม่ทันเพราะเจ้าหน้าที่บางคนติดภารกิจทำคดีอยู่ต่างจังหวัด คาดว่าพร้อมจะไปพบพนักงานสอบสวนได้ในสัปดาห์หน้า โดยจะไปทั้งทีมและแจ้งล่วงหน้าเพื่อให้ทางตำรวจตั้งชุดสอบสวน ยืนยันดีเอสไอพร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่