จากเหตุการณ์พนักงานธนาคารสาวคนหนึ่งในจังหวัดราชบุรี ซึ่งเธอกำลังคุยโทรศัพท์อยู่กับปลายสาย เป็นเสียงผู้หญิงอ้างตัวว่าเป็นนายตำรวจ ยศ.ร.ต.อ.ทัศนี สุริยะวงศ์ จากกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ แจ้งว่า บัญชีธนาคารพัวพันกับการคดีกู้เงินจากธนาคารแห่งหนึ่งทางภาคเหนือซึ่งถูกใช้ข้อมูลปลอมบัญชีโดยผิดกฎหมาย มูลค่าความเสียหายนับล้านบาท โดยระหว่างนั้นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ทำทีเป็นแจ้งข้อกฎหมายต่างๆ ซึ่งระหว่างสอบปากคำจะบันทึกเสียงอย่าให้มีบุคคลที่สามเข้ามายุ่ง และคดีนี้เป็นความลับของราชการห้ามแพร่งพราย
#คุยกับคนข่าว “สาวแบงก์” แฉ “แก๊งคอลเซนเตอร์” ผิดกม.หรือไม่? กับ คุณเสถียร วิริระพรรณพงศา และ ทนายเกิดผล แก้วเกิด ติดตามการวิเคราะห์ประเด็นข่าวกับผู้สื่อข่าวพีพีทีวี ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 15.00 น. ทาง Facebook : PPTV HD 36 #วิเคราะห์ข่าว #PPTVHD36
Posted by PPTV HD 36 on Friday, 1 December 2017
จากนั้นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่เป็นเสียงผู้หญิงได้โอนสายต่อให้กับ อีกคนหนึ่งเป็นเสียงผู้ชาย อ้างตัวเป็นตำรวจปราบปรามยาเสพติด ยศ พันตำรวจตรี ชาติชาย ชัยบุปผา ตำแหน่งสารวัตรสอบสวน ก็จะย้ำถึงความผิด ตามกฎหมายหากบัญชีพัวพันกับการกระทำผิด ซึ่งบางช่วงบางตอนทางสาวแบงก์ก็แกล้งทำเป็นร้องไห้เสียใจเพื่อหลอกล่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แต่พนักงานธนาคารรายดังกล่าวก็อดทนคุยกับปลายสาย พร้อมกับไลฟ์สดไปด้วย เพื่อแฉเล่ห์เหลี่ยมของขบวนการดังกล่าว สุดท้ายย้อนรอยแก๊งนี้ด้วยการล้วงข้อมูลบัญชีธนาคารกลับเพื่อนำไปแจ้งตำรวจ
จากนั้นมีทนายความท่านหนึ่ง วิเคราะห์ว่า น้องพนักงานธนาคารซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคาร แห่งหนึ่ง ได้ลวงให้มิจฉาชีพคนหนึ่ง ซึ่งเป็นหนึ่งในแก๊งคอลเซ็นเตอร์ นำข้อมูลของโจร 500 มาเปิดเผย เป็นความผิด ตาม พ.ร.บ.สถาบันการเงิน พ.ศ.2551 มาตรา 154 -155 และกล่าวว่าน้องคนดังกล่าวสมควรถูกไล่ออก
เรื่องนี้ นายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความ ให้ความเห็นแย้งว่า ขณะเกิดเหตุ มิจฉาชีพ มีเจตนาหลอกลวงน้องพนักงานในฐานะส่วนตัว ไม่ใช่หลอกหลวงน้องในฐานะเป็นเจ้าพนักงานของสถาบันการเงิน เหตุการณ์ดังกล่าวจึงเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับ การใช้อำนาจหน้าที่ในฐานะเป็นเจ้าพนักงานแต่อย่างใด เมื่อการถูกหลอกเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับหน้าที่ จึงไม่มีความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.สถาบันการเงิน พ.ศ.2551 ตามความเห็นของท่านทนายคนดังกล่าวแต่อย่างใด
นอกจากนี้ความผิดตาม มาตรา 154 ต้องเป็นเรื่องของการปฎิบัติหน้าตามกฎหมายและล่วงรู้กิจการของสถาบันการเงิน เนื่องจากการปฎิบัติหน้าที่นั้นๆแต่การที่น้อง เจรจาและหลอกลวงคนร้ายจนได้เลขที่บัญชี ไม่เป็นความผิดตามมาตรานี้ เพราะเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับหน้าที่และเป็นข้อมูลของคนร้าย ไม่ใช่ข้อมูล หรือกิจการของสถาบันการเงิน ซึ่งน้องได้ล่วงรู้มาจากการปฎิบัติหน้าที่ ตามกฎหมายแต่อย่างใด
พร้อมมองว่าการกระทำของพนักงานสาวดังกล่าวไม่เป็นความผิดตามมาตรา 155 เพราะกฎหมายคุ้มครองความลับของสถาบันการเงิน แล้วนำความลับของสถาบันการเงินนั้นมาเปิดเผยในฐานะเป็นพนักงานของสถาบันการเงินนั้นๆ กฎหมายในมาตรานี้ ไม่ได้บัญญัติ ถึงการคุ้มครองบุคคลอื่นๆ ที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน เพราะเจตนารมณ์ของกฎหมาย ไม่ต้องการให้พนักงานนำความลับ หรือ กิจการ ของนายจ้าง หรือสถาบันการเงิน ซึ่งน่าจะรวมถึงฐานข้อมูลลูกค้ามาเปิดเผยในฐานะเป็นพนักงาน
อย่างไรก็ตาม ทนายเกิดผล บอกอีกว่า หากดูจากคลิปที่ปรากฎบนโลกออนไลน์ ไม่ใช่การเปิดเผยข้อมูลของสถาบันการเงิน ในฐานะเป็นพนักงานแต่เป็นการขอข้อมูลในฐานะส่วนตัวกับโจร ซึ่งไม่ใช่สถาบันการเงิน ตามความหมายในมาตรานี้ หากน้องถูกโจรแจ้งความจริง หรือถูกธนาคารไล่ออกจริงเพราะเหตุนี้ ตนยินดีเป็นทนายความให้ พร้อมมองว่าคลิปดังกล่าวจะเป็นหลักฐานชั้นดี ที่จะแสดงให้เห็นถึงเจตนาของน้องพนักงานที่ต้องการรวบรวมหลักฐานเพื่อจับโจร และสามารถนำไปต่อสู้ในชั้นศาลได้
ส่วนเจ้าของบัญชีที่ถูกน้องพนักงานธนาคารเปิดเผยชื่อ และนำเข้าแจ้งความ ตอนนี้ไม่ควรจะมากล่าวหาซึ่งกันและกัน หากตัวเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ก็ควรเอาข้อมูลมาพูดคุยกับตำรวจว่าเอาบัญชีของตนเองไปให้ใครหรือไม่ หรือทำไมแก๊งคอลเซ็นเตอร์จึงนำเลขบัญชีไปแอบอ้างหลอกผู้อื่นให้โอนเงิน น่าจะเป็นประโยชน์ในการจับกุมคนร้ายตัวจริงมากกว่า