วันนี้ ( 1ธ.ค.60) สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ผู้แทนพระองค์นำดินพระราชทานและพวงมาลาวางหน้าศพนายสุรินทร์ พิศสุวรรณ ที่ถึงแก่อนิจกรรมด้วยอาการหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี และพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ผู้แทนพระองค์นำพวงมาลาเคารพศพด้วยเช่นกัน ยังความสำนึกอย่างหาที่สุดมิได้ แก่ครอบครัว “พิศสุวรรณ”
ขณะที่ ตลอดทั้งวันก่อนฝังร่างนายสุรินทร์ ที่บ้านพักในซอยพิศสุวรรณ ย่านท่าอิฐ มีบุคคลสำคัญการเมือง ธุรกิจ ทูตานุทูต และสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เช่น นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ นายพิชัย รัตตกุล อดีตหัวหน้าประชาธิปัตย์ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เดินทางมาไว้อาลัย ขณะที่นายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี เดินทางมาเคารพศพเป็นคนสุดท้าย ก่อนเคลื่อนร่างไปยังมัสยิดในเวลา 12.00 น. ส่วนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ติดภารกิจที่ต่างประเทศ นายชวนระบุว่า อยากให้นำนายสุรินทร์ มาเป็นแนวทางในการใช้ชีวิต เพราะเป็นต้นแบบของความมุ่งมั่นตั้งใจ เสียสละในการทํางานให้ประสบผลสำเร็จ ทำให้ได้รับการขนานนามจากนานาชาติว่า “prince surin”
ด้าน นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนรัฐบาล เดินมาแสดงความเสียใจ พร้อมระบุว่า นายกฯ เห็นว่าการจากไปของนายสุรินท์ เป็นความสูญเสียของสังคมโลก และประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติมายาวนาน
ส่วนนายกลิน ที เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย กลิน ที. เดวีส์ กล่าวแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของนายสุรินทร์ระบุว่า เป็นการเสียเพื่อนที่ดีของสหรัฐอเมริกา สหรัฐฯ ขอรำลึกถึง แสดงความอาลัย และชื่นชมในผลงานของนายสุรินทร์
ด้านนายนพดล ปัทมะ อดีต รมว. ต่างประเทศ จากพรรคเพื่อไทย ระบุว่า นับเป็นการสูญเสียอดีตผู้นำทางการเมืองคนสำคัญยิ่งคนหนึ่ง นายสุรินทร์ถือเป็นสุภาพบุรุษนักการเมือง และนักวิชาการที่จบจากสถาบันชั้นนำ แตกฉานในหลายภาษา มีความรู้ลึกซึ้งในหลายเรื่อง และสิ่งที่ทำไว้จะยังเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยไปอีกนาน
ขณะที่ทวิตเตอร์อาเซียนทวีตแสดงความเสียใจอย่างสุดซื้งพร้อมกับแสดงความเสียใจต่อครอบครัวพิศสุวรรณ นายฟิล โรเบิร์ตสัน รองผู้อำนวยการภาคพื้นเอเชีย ฮิวแมนไรต์ วอตช์ ระบุว่า เป็นการสูญเสียอย่างแท้จริงของประเทศไทยและภูมิภาค
หากย้อนกลับไป นายสุรินทร์ได้ปาฐกถาไว้ในวันนักข่าวประจำปี 2558 เห็นว่า ไทยต้องทุ่มเงิน เพื่อการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ นวัตกรรม และภูมิปัญญา และสิ่งที่ต้องเปลี่ยนก็คือระบบราชการ ที่ต้องเป็นผู้พิทักษ์ผลประโยชน์ของประชาชน แต่ระบบกลับเต็มไปด้วยระบบการเล่นพรรคเล่นพวก ส่วนการปฏิรูปการศึกษา ที่พูดกันมากว่าสิบปี ก็ยังไม่มีทิศทางที่ชัดเจน ผู้ดูเเลนโยบายต้องคิดว่าจะสอนอย่างไร ทำอย่างไร ให้เด็กไทยคิดเป็นวิเคราะห์เป็น เพราะความรู้ข้อและอมูลต่างๆ มีอยู่ในกูเกิ้ลหมดเเล้ว แต่ทักษะการคิดวิเคราะห์ จะติดตัวเด็กตลอดไป
ส่วนปาฐกถาที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เมื่อปี 2555 นายสุรินทร์ระบุตอนว่า คนไทยต้องเปลี่ยนกรอบความคิดและระบบคิด จะอยู่เฉพาะแค่ระบบเศรษฐกิจไทยไม่พอ เพราะโลกไม่มีพรมแดน หากเราไม่ออก เขาจะเข้า หากเราไม่พร้อม จะสู้เขาไม่ได้ ส่วนบทบาทของสื่อมวลชนไทย นายสุรินทร์เห็นว่า ต้องช่วยกันเป็นผู้ปกป้องพิทักษ์ผลประโยชน์ของประชาชนและของชาติ ต้องไม่ก้มหัวให้กับอำนาจใดๆ เพราะผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ ต้องโปร่งใสและตรวจสอบได้