ทำเนียบขาวยืนยันว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะประกาศรับรองฐานะของนครเยรูซาเลม ให้เป็นเมืองหลวงแห่งใหม่ของอิสราเอลภายในค่ำวันนี้ และที่สำคัญคือ จะการย้ายสถานทูตจากกรุงเทล อาวีฟ ไปยังเยรูซาเลม ในอนาคตด้วย รายงานข่าวบอกว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ ได้โทรศัพท์ไปแจ้งกับบรรดาผู้นำประเทศต่างๆ ในตะวันออกกลางแล้ว ก่อนการประกาศในคืนนี้ ทำให้มีสียงคัดค้านดังมาจากโลกมุสลิมมากมาย ที่เห็นว่าความเคลื่อนไหวครั้งนี้ของสหรัฐ จะส่งผลเสียงหายมากกว่าผลดี
กษัตริย์ซัลมาน อับดุลอาซิส อัล-ซาอัด ประมุขแห่งซาอุดิอาราเบีย ทรงเตือนว่า การย้ายสถานทูตของสหรัฐ จะเป็นการยั่วยุชาวมุสลิมทั่วโลก ขณะที่นายเรเซบ ทายยิป เออร์โดอาน ของตุรกีบอกว่า ตุรกีอาจพิจารณาตัดความสัมพันธ์กับสหรัฐ เช่นเดียวกับกษัตริย์อับดุลลาห์แห่งจอร์แดน ทรงเตือนว่า การกระทำของสหรัฐคือการบ่อนทำลายกระบวนการสันติภาพในตะวันออกกลาง ส่วนนายพลอับดุลฤตตาห์ อัล-ซีซี ได้ออกมาเรียกร้องว่า สหรัฐไม่ควรทำให้สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ที่เปราะบางอยู่แล้ว ให้เลวร้ายลงไปอีก
นอกจากนี้ยังมีปฏิกิริยาออกมาจากกลุ่มฮามาสด้วยว่า ขอให้ชาวมุสลิมทั่วโลก ออกมาคัดค้านการกระทำของสหรัฐทุกวิถีทาง โดยร่วมแสดงพลังด้วยการชุมนุมนาน 3 วัน ภายใต้คำขวัญว่าวันแห่งความโกรธแค้น สำหรับคำประกาศของประธานาธิบดีทรัมป์ ที่จะมีขึ้นในคืนวันนี้ นอกจากจะรับรองเมืองหลวงใหม่ของอิสราเอลแล้ว จะมีการประกาศให้ย้ายสถานเอกอัครราชทูต ไปยังนครเยรูซาเลมด้วย
เรื่องนี้ผู้เชี่ยวชาญมีความเห็นแตกเป็น 2 ทางคือ ทางแรกเห็นว่าการย้ายทำได้โดยง่าย เพราะสหรัฐมีสถานกงสุลอยู่แล้วในเยรูซาเลมอยู่แล้ว ก็เพียงแค่ย้ายสถานทูตที่เทลอาวีฟ สลับกับสถานกงสุล ก็เป็นอันเรียบร้อย แต่อีกทางหนึ่งเห็นว่า หากย้ายจริงคงต้องใช้เวลาหลายเดือนหรืออาจเป็นปี เพราะจะต้องสร้างระบบรักษาความปลอดภัยของสถานทูตใหม่หมด หรือมากไปกว่านั้นก็คือ สร้างสถานทูตใหม่ทั้งหมด
สำหรับสาเหตุที่ชาวมุสลิมไม่เห็นด้วยกับการย้ายเมืองหลวงของอิสราเอลเป็นเพราะ นครเยรูซาเลม ถือเป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ของทั้งชาวคริสต์และมุสลิม อีกทั้งในสนธิสัญญาการตั้งปาเลสไตน์เป็นรัฐก่อนหน้านี้ ก็ได้ประกาศไปแล้วว่า จะยกนครเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงของปาเลสไตน์เช่นกัน