ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เปิดทำเนียบขาว ประกาศรับรอง “เยรูซาเลม” เป็นเมืองหลวงของอิสราเอลอย่างเป็นทางการ โดยมีรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ ร่วมเป็นสักขีพยาน ทรัมป์ บอกว่า นี่เป็นสิ่งที่ควรกระทำนานแล้ว เพื่อให้กระบวนการสันติภาพตะวันออกกลางมีความคืบหน้า โดยการตัดสินใจของทรัมป์ในครั้งนี้ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่รัฐบาลสหรัฐฯยึดถือกันมานานหลายสิบปี ว่าสถานะของเยรูซาเลมจะต้องได้รับการตกลงผ่านการเจรจาระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์เท่านั้น
ขณะที่ฝ่ายที่เห็นด้วยอย่างนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ออกมาแถลงยกย่องการตัดสินใจของผู้นำสหรัฐฯในครั้งนี้ โดยบอกว่านี่วันแห่งประวัติศาสตร์ พร้อมเรียกร้องให้นานาชาติเดินรอยตามสหรัฐฯ ส่วนฝั่งตรงข้ามอย่างประธานาธิบดีมาห์มูด อับบาส ของปาเลสไตน์ ออกมาประณามเรื่องนี้อย่างรุนแรง โดยบอกว่า สหรัฐฯไม่ใช่ผู้ร่วมสร้างสันติภาพในตะวันกลางอีกต่อไป เช่นเดียวกับกลุ่มฮามาส ที่ออกมาประกาศชัดเจนว่า ทรัมป์ได้ "เปิดประตูนรก" ให้กับสิ่งที่เป็นประโยชน์กับสหรัฐฯในภูมิภาคตะวันออกกลางแล้ว
ด้านประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ระบุว่ารู้สึกผิดหวังและไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ โดยฝรั่งเศสและยุโรปยังสนับสนุนทางออกแบบ 2 รัฐ คือ การรับรองสถานะของรัฐอิสราเอลและรัฐปาเลสไตน์ด้วยกันทั้งคู่ เพื่อให้ทั้ง 2 รัฐอยู่ร่วมกันอย่างสันติ
ขณะที่บรรยากาศในหลายประเทศมุสลิม เริ่มมีรายงานการชุมนุมประท้วงเคลื่อนไหวต่อต้านผู้นำสหรัฐฯ อาทิ ที่ประเทศเลบานอน และตุรกี มีประชาชนและผู้อพยพชาวปาเลสไตน์จำนวนมากออกมาเดินขบวนตามท้องถนน และปิดล้อมสถานทูตสหรัฐฯ
ส่วนที่เมืองเบธเลเฮม ของปาเลสไตน์ ซึ่งชาวคริสต์เชื่อว่าเป็นสถานที่ประสูติของพระเยซู มีการปิดไฟประดับต้นคริสมาสต์ยักษ์หน้าโบสถ์คริสตสมภพ (The Church of the Nativity) เพื่อประท้วงผู้นำสหรัฐฯ โดยยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าจะมีการเปิดไฟต้นคริสมาสต์ดังกล่าวอีกครั้งก่อนวันคริสมาสต์หรือไม่
ล่าสุด บรรดาชาติสมาชิกของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ต่างเรียกร้องให้มีการจัดประชุมวาระฉุกเฉินเพื่อหารือเรื่องดังกล่าวภายในปลายสัปดาห์นี้