วันนี้ (13 ธ.ค.60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านของน้องป๊อปปี้ ริมถนนเปรมประชา สายดอนสวรรค์-ดงหลวง นายประดิษฐ์ สุวรรณพรม อายุ 39 ปี พ่อของน้องป๊อบปี้ พร้อมนางทองม้วน สุวรรณพรม อายุ 38 ปี แม่น้องป๊อบปี้ให้การต้อนรับผู้สื่อข่าว พร้อมเรียกน้องป๊อบปี้มาพูดคุยบริเวณห้องโถงของบ้าน โดยสีหน้าของน้องป๊อบปี้มีความกังวล นั่งก้มหน้าพยายามหลบกล้องผู้สื่อข่าวตลอดเวลา เมื่อถูกซักถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ส่วนใหญ่นายประดิษฐ์จะตอบแทน โดยมีนางทองม้วนกล่าวสมทบเป็นบางครั้ง
โดยนายประดิษฐ์ เปิดเผยว่า ลูกสาวได้อยู่กินกับนายเดชฤทธิ์ หรือน้องมอสมาเป็นเวลา 5 ปี ไม่เคยได้สินสอดทองหมั้นใดๆ อาศัยอยู่บ้านตนตลอด เมื่อป่วยก็ได้พาไปหาหมอ ไม่เห็นมีฝ่ายนายประเสริฐหรือ พ่อน้องมอสมาเหลียวแล จนเป็นข่าวโด่งดังถึงเข้ามาเกี่ยวพัน เงินที่ได้รับบริจาคก็ถอนออกมาใช้จ่ายเฉพาะเรื่องเจ็บป่วยของลูกเขย ส่วนที่บอกว่าไปซื้อรถกระบะ และสร้างบ้านนั้น นายเดชฤทธิ์ต่างหากเป็นคนบอกให้ซื้อให้สร้าง ถึงขณะนี้ทางครอบครัวตนก็ยังไม่ทราบว่าบัญชีของลูกสาวถูกอายัด และพร้อมจะไปเบิกความต่อศาลจังหวัดนครพนม ในวันที่ 22 มกราคมที่จะถึงนี้
ทั้งนี้ส่วนที่ไม่ไปร่วมถอนเงินในบัญชีกว่า 2 แสนบาท ที่ทาง อบต.อุ่มเหม้าเปิดไว้ และต้องลงลายมือชื่อถอนร่วมกัน 3 คน คือนายก อบต.ฯ , นายประเสริฐ และน้องป๊อบปี้ ซึ่งนายประดิษฐ์อ้างว่า ทนายสั่งไว้ห้ามไม่ให้ไปถอน เพราะอาจจะถูกกล่าวหาว่ายักยอกทรัพย์ ตนกลัวจึงไม่ยอมให้ลูกสาวไปเซ็นชื่อร่วมถอน
นอกจากนั้นผู้สื่อข่าวได้ถาม น้องป๊อบปี้ ว่า ต้องการจะกล่าวอะไรกับ น้องมอส บ้าง ได้รับคำตอบเพียงสั้นๆ ว่า หากให้กลับไปอยู่ด้วยกันอีก คงต้องขอคิดดูก่อน พร้อมกับก้มหน้าร้องไห้ หลังจากนั้น ผู้สื่อข่าว ก็ย้อนกลับมายังของนายเดชฤทธิ์หรือน้องมอสอีกครั้ง เป็นเวลาเดียวกับที่น้องมอสปวดท้อง นายประเสริฐจึงจูงมือลูกชายไปหลังบ้าน ซึ่งนำลำไม้ไผ่ทำเป็นราวให้เกาะจนถึงหน้าประตูห้องน้ำ มีลักษณะใกล้จะพังและเสายังต้องใช้ไม้มาค้ำ ไม่มีหลังคาคลุม จึงถามทำไมไม่ปรับปรุงให้ดีกว่านี้ นายประเสริฐตอบจะเอาเงินที่ไหนมาซ่อม เพราะลูกสะใภ้ไม่เคยจะมาเหลียวดู รู้ทั้งรู้ครอบครัวของตนลำบากแค่ไหน ไม่น่าจะมาซ้ำเติมกัน