วันนี้ (14 ธ.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายประยูร ขันธ์ขาว อายุ 61 ปี คนขับรถแท็กซี่ ชาวอำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี อ้างว่าถูกลอตเตอรี่ หมายเลข 533726 ประจำงวดวันที่ 1 พฤศจิกายน จำนวนเงิน 6 ล้านบาท แต่ทำสลากหาย และเข้าแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจภูธรคลองข่อย อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายนที่ผ่านมา แต่ตำรวจไม่สอบสวนและไม่มีความคืบหน้าทางคดี
โดยนายประยูร เล่าว่า ตนแวะซื้อลอตเตอรี่ ในปั๊มปตท.บริเวณสะพานพระราม 4 จ.นนทบุรี ช่วงเที่ยงของวันที่ 30 ตุลาคม โดยตั้งใจจะไปซื้อเลขท้าย 26 27 และ 28 เนื่องจากเป็นเลขที่ตนลงทะเบียนทำจิตอาสาไว้ แต่ที่ร้านมีแค่เลขท้าย 26 และ 27 โดยมีเลขหน้าคือ 5337 ตนจึงซื้อเลข 533726 และ 533727 เมื่อทราบว่า เลข533726 ถูกรางวัลที่ 1 ตนจึงลองตรวจสอบดูในกระเป๋าเสื้อ ปรากฎว่าลอตเตอรี่ดังกล่าวหายไปแล้ว ตนจึงไปขอกล้องวงจรปิด ปรากฎว่ามีภาพของตนเองในปั๊มจริง
ล่าสุดพันตำรวจเอกสมพล วงศ์ศรีสุนทร ผู้กำกับการสถานีตำรวจคลองข่อย ระบุว่าคดีนี้ นายประยูร เข้าแจ้งความว่าลอตเตอรีรางวัลที่ 1 จำนวน 2 ใบ หล่นหาย ซึ่งตำรวจได้ตรวจสอบกับผู้ขาย ที่นายประยูรอ้างว่าซื้อมา เบื้องต้นพบว่าหมายเลขต้นขั้วทั้ง 10 เล่ม ไม่มีหมายเลขที่ขึ้นต้นด้วย 533 ซึ่งเป็นหมายเลข 3 ตัวแรกของรางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 1 พฤศจิกายน จึงเป็นไปไม่ได้ที่ นายประยูรจะถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 กับผู้ขายแผงนี้ แต่จากการสอบปากคำนายประยูร ให้การยืนยันชัดเจนว่าซื้อมาจากแผงลอตเตอรี่แผงนี้
สอดคล้องกับ ธีรวัฒน์ บุญหนัก เจ้าของร้านลอตเตอรี่ที่นายประยูรไปซื้อ ยืนยันว่า จากการตรวจสอบหน้าปกต้นขั้วทั้ง 10 เล่มของร้าน ไม่ปรากฎลอตเตอรี่ที่ขึ้นต้นด้วยเลข 533 แต่มีเลขใกล้เคียงคือ 5533 ซึ่งลงท้ายด้วย 26 และ 27 จริง และเบื้องต้นก็ได้ส่งต้นขั้วให้กับพนักงานสอบสวนแล้ว ส่วนประเด็นที่นายประยูร บอกว่าเป็นลูกค้าประจำ ตนยอมรับว่าจริงเนื่องจากนายประยูร มาซื้อติดต่อกันทุกงวดเป็นเวลาประมาณ 3 เดือนแล้ว แต่งวด 1 พฤศจิกายน ตนยืนยันว่าทางร้านไม่มีเลข 533726 อย่างแน่นอน
ด้าน นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีอัยการ สำนักงานชี้ขาดคดี สำนักงานอัยการสูงสุด ระบุว่า กรณีของนายประยูร หากเจ้าของร้านบอกตรวจสอบจากต้นขั้วแล้วไม่มีเลข และได้ส่งต้นขั้วให้กับพนักงานสอบสวนแล้ว เรื่องนี้ก็ถือว่าจบ แต่หากอยากจะตามต่อต้องไปตามที่กองสลากว่าได้ส่งเลขดังกล่าวมาในพื้นที่หรือไม่ ส่วนประเด็นแจ้งความเท็จ ตนมองว่า ตำรวจอาจไม่เอาผิดเนื่องจากนายประยูร มีอายุมากแล้ว อาจจดจำเลขสับสนเพราะมีความใกล้เคียงกันระหว่าง 5533 กับ 533 และขาดเจตนาแจ้งความเท็จเพียงแค่จำเลขผิด
ส่วนอีกราย นางประดับ จันทร์อ่วม อายุ 71 ปี แม่ค้าขายพริกแกง ชาวอำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าลอตเตอรี่ รางวัลที่ 1 ราคา 6 ล้านบาท ของตนหายไป โดยนางประดับ ให้การว่า เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ตนพร้อมเพื่อนบ้านเดินทางไปซื้อลอตเตอรี่พร้อมกันที่ตลาดชลมาร์ค โดยตนเองซื้อเลข 451005 จำนวน 1 ใบ ซึ่งเพื่อนบ้านที่มาด้วยอยากได้เลขเดียวกัน แต่ตนเอ่ยปากขอเลขนี้ เพราะเป็นเลขที่หลานวัย 4 ขวบให้มาเพื่อนบ้านจึงยอม
หลังจากซื้อมาตนได้เก็บลอตเตอรี่ ไว้ในกระเป๋าเสื้อชั้นในคนแก่ซึ่งมีซิปรูด ต่อมาวันที่ 29 พฤศจิกายน ตนเองเดินทางไปช่วยงานศพที่วัดบางขวาก ซึ่งอยู่ใกล้บ้าน เมื่อเจอเพื่อนฝูงจึงนำลอตเตอรี่ออกมาโชว์ให้ดูก่อนจะเก็บไว้ที่เดิม แต่เมื่อจะล้วงลอตเตอรี่ออกมาโชว์อีกกลับพบว่าลอตเตอรี่หายไปแล้ว พอถึงวันหวยออกทราบว่ามี นางสาวพรทิพย์ ปาลวงษ์ ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านถูกรางวัลที่ 1 จึงไปแสดงความยินดี แต่พอกลับบ้านมาก็คิดขึ้นได้ว่าวันที่ทำลอตเตอรี่หาย นางสาวพรทิพย์ อยู่ในกลุ่มที่ นางประดับ นำลอตเตอรี่โชว์ให้ดูด้วย จึงสงสัยว่าอาจเป็นใบเดียวกับที่ทำหล่นหายไป จึงเข้าแจ้งความกับตำรวจ
เบื้องต้นตำรวจเชิญตัว นางสาวพรทิพย์ เพื่อนบ้านที่ถูกรางวัลที่ 1 มาสอบสวน ต่อหน้านางประดับ โดยให้การว่าซื้อลอตเตอรี่มาหลายใบ ทั้งจากกรุงเทพฯ และสามชุก ส่วนใบที่ถูกรางวัลที่ 1 นั้นจำไม่ได้ว่าซื้อมาจากที่ไหน หลังจากนั้นตำรวจให้ทั้งสองฝ่ายมาตกลงกัน โดยฝ่ายนางประดับขอลอตเตอรี่คืน พร้อมจะแบ่งเงินให้ประมาณ 600,000 บาท แต่ทางเพื่อนบ้านไม่ยอม โดยขอเพิ่มเป็นเงิน 3,000,000 บาท นางประดับ และญาติ จึงนำหลักฐานเข้าร้องทุกข์กับตำรวจกองปราบปราม ล่าสุดตำรวจกองปราบปราม นำตัวนางประดับพร้อมญาติ เข้ายื่นหนังสื่อกับ พันตำรวจเอกนิมิต แสงอรุณ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี ขอให้เปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวน พร้อมอายัดตัวผู้ต้องหา และขอให้ตรวจดีเอ็นเอ ลอตเตอรี่ของกลาง
ชมคลิปที่นี่ >> จบข่าว! “ลุงประยูร” ยอมรับ “จำเลขผิด” ไม่ได้ซื้อรางวัลที่ 1 วอน ตร.อย่าเอาผิด “แจ้งความเท็จ”