วันนี้ (18 ธ.ค.60) สมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยตัวแทนจากสื่อต่างๆ ได้ร่วมกันเปิดเผยฉายาตำรวจประจำปี 2560 ซึ่งเกณฑ์ในการตั้งได้ประชุมร่วมกับผู้สื่อข่าวจากแขนงต่างๆ ซึ่งเป็นตัวแทนจากสื่อมวลชนสังกัดต่างๆ มีการเสนอชื่อนายตำรวจเข้ามาและทำการคัดเหลือ 10 นาย
1.พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร) ฉายา “ผบ.ตร สายแข็ง”
ที่ผ่านมาได้มีกระแสข่าวลือออกมาเป็นระยะว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. จะถูกปลดจาก รวมทั้งกระแสข่าวว่าถูกบังคับให้ลาออก เพื่อไปรับตำแหน่งรัฐมนตรีใน ครม.ประยุทธ์ 5 แต่สุดท้ายนายกรัฐมนตรีได้ออกมาให้เหตุผลว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ทำงานดีอยู่แล้วจะได้ปรับทำไม โดยในปีที่ผ่านมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ มีผลงานโดดเด่น โดยเฉพาะคดีใหญ่ ที่ผบ.ตร.จะลงไปดูแลคดีด้วยตัวเอง เช่น คดีฆ่ายกครัว 8 ศพ ที่จังหวัดกระบี่ นอกจากนี้ยังจัดระเบียบไม่ให้ข้าราชการตำรวจออกนอกลู่นอกทางด้วย
2.พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ โฆษก ตร. ฉายา “มือปราบพระกาฬ”
ที่ผ่านมา พล.ต.อ.วิระชัย ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาให้ลงไปลุยปราบปรามคดีสำคัญๆมาอย่างมากมายส่วนใหญ่เป็นปัญหาระดับประเทศ เช่น คดีประวัติศาสตร์คดียูฟัน ซึ่งมีผู้เสียหายกว่า 2,000 ราย ผู้ต้องหาโดนจำคุกกว่า 12,255 ปีนอกจากนี้ ยังลงไปจับกุมนายทุนเงินกู้ยึดบ้านและที่ดิน ทรัพย์สิน คืนให้กับลูกหนี้ คดีแก๊งโคลัมเบีย คดีหมอยอร์น ครูจอมทรัพย์ ล่าสุดได้ลงไปทวงคืนพื้นที่วนอุทยานบนเกาะหลีเป๊ะ จ.สตูล ซึ่งถูกนายทุนบุกรุกพื้นของโรงพักด้วย
3.พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส) ฉายา “มือปราบหมื่นล้าน”
เจ้าของวลีเด็ด “ผมจะทำให้มันจนยิ่งกว่าขอทาน” ที่ผ่านมาได้มีการกวาดล้างจับกุมผู้ต้องหาค้ายาเสพติดรายใหญ่อย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะคดีของ “นายไซซะนะ” พ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ ชาวสปป.ลาว ก่อนจะมีชื่อ “เบนซ์ เรซซิ่ง” สามีดาราสาวเข้ามาเกี่ยวข้องในการฟอกเงินให้กับขบวนการดังกล่าว นอกจากนี้ ยังทำการขยายผลในทางลับทำให้ล่าสุดสามารถจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญๆ ที่เป็นเจ้าของบัญชีรับโอนเงินจากเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ในประเทศไทย ก่อนโอนไปยังโรงงานผลิตยาในประเทศเมียนมาร์ โดยพบพฤติการณ์รับโอนเงินให้กลุ่มเครือข่ายยาเสพติดมากว่า 10 ปี มีเงินหมุนเวียนในบัญชีธนาคารต่อปีมากกว่า 1 หมื่นล้านบาท
4.พล.ต.ท. ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น) ฉายา “น.1 ไม่บึ่งแล้ว”
ก่อนหน้านี้ในยุค พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร เป็นผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น) เวลาเกิดเหตุการณ์หรือเกิดคดีสำคัญๆไม่ว่าจะเป็นคดีเล็กหรือคดีใหญ่ จะเช้าตรู่หรือค่ำมืดขนาดไหนผู้สื่อข่าวจะเห็นอดีต ผบช.น เดินทางไปยังที่เกิดเหตุ แทบจะทุกคดี ซึ่งตรงกันข้ามกับปัจจุบันที่เวลาเกิดเหตุไม่เคยเห็น ผบช.น ตามสถานที่เกิดเหตุเลย นอกจากการแถลงข่าวที่ บช.น เท่านั้น
5.พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ฉายา “ฉลามตาฟาง”
พื้นที่รับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค 2 พื้นที่ส่วนใหญ่จะอยู่ติดชายทะเล และตลอดระยะเวลาที่ พล.ต.ท.จิตติ ดำรงตำแหน่ง ณ พื้นที่แห่งนี้ ได้มีชาวบ้านร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องอบายมุขหรือสิ่งผิดกฎหมายต่างๆก็ดูเหมือนมักจะไม่ได้รับการแก้ไขหรือขจัดปัดเป่าให้ดีขึ้น แถมยังปล่อยให้ปัญหาอาชญากรรมผุดขึ้นอย่างมากมาย
6.พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ฉายา “นายพลศูนย์เหรียญ”
ปฏิบัติการกวาดล้างเครือข่ายทัวร์ศูนย์เหรียญร่วมกับเจ้าหน้าที่หลายภาคส่วนร่วมกันทลายและบุกเข้าตรวจค้น บริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว จนมีการอายัดรถบัสนำเที่ยว 2,086 คัน และอายัดบัญชีเงินสดกว่า 90 บัญชี มูลค่ากว่า 13,000 ล้าน เพื่อดำเนินตรวจสอบเอาผิดกับผู้ที่เป็นเครือข่ายทัวร์ศูนย์เหรียญ แต่สุดท้ายศาลอาญามีคำสั่งยกฟ้องผู้ต้องหาเท่ากับว่าที่ทำมานั้นสูญเปล่า
7.พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผู้บังคับการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ผบก.ปปป.) ฉายา “มือพิฆาตมารศาสนา”
เดินหน้าตรวจสอบการทุจริต“เงินทอนวัด”โดยเปิดปฏิบัติการ บุกค้นบ้าน นายพนม ศรศิลป์ อดีต ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนา หลังพบเส้นทางการเงินเกี่ยวข้องการทุจริตเงินทอนวัด ซึ่งพบทรัพย์สินที่คาดว่าจะได้มาจากการทุจริตหลายรายการ และจนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังคงดำเนินการสืบสวนเพื่อจับกุมผู้ร่วมขบวนการดังกล่าวอยู่อย่างต่อเนื่อง
8.พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนนครบาล ฉายา “แมนไทยลีก”
พล.ต.ต.อิทธิพล มีชื่อเล่นว่า “แมน” และได้รับความไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชาให้ติดตามสืบสวนคดี “ล้มบอลไทยพรีเมียร์ลีก” อย่างลับๆ จนสามารถหาข้อมูลและตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการล้มบอลเพื่อผลประโยชน์ จนกระทั่งสามารถจับกุมผู้ต้องหาที่มีส่วนร่วมในคดีได้เป็นจำนวนมากทั้งนักบอล กรรมการตัดสิน รวมทั้งผู้ที่อยู่เบื้องหลัง และขณะนี้ก็ยังคงดำเนินการสืบสวนหาผู้บงการที่เกี่ยวข้องอีกแบบถอนรากถอนโคน
9.พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนนครบาล ฉายา “นักสืบโลกลืม”
นับว่าเป็นนายตำรวจที่อยู่เบื้องหลังการปิดคดีสำคัญหลายๆที่เกิดขึ้นในนครบาล ไม่ว่าจะเป็นคดีเล็กหรือคดีใหญ่ จะต้องเห็นนายตำรวจท่านนี้ไปนั่งเฝ้าหาข้อมูลเพื่อคลี่คลายคดีจนกระทั่งจับคนร้ายได้จึงถอนกำลังกลับที่ตั้ง แต่กลับกันการแถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหาจะเห็นแต่นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่มาแถลงข่าว ส่วนพ.ต.อ.นพศิลป์ ไม่เห็นแม้แต่เงา
10.พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธ์ม่วง ผู้กำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม (ผกก.5 บก.ป.) ฉายา “เอ็ม5บ้าพลัง”
จากเหตุการณ์ที่ผู้ต้องหาคดีโจรกรรมรถยนต์ กระโดดหนีจากห้องสอบสวนกองปราบปราม ซึ่งในขณะนั้นพ.ต.อ.ภูมินทร์ ได้ผ่านมาเห็นเหตุการณ์ จึงได้วิ่งไล่ตามคนร้ายจนกระทั่งจับกุมตัวไว้ได้ แล้วได้จับผู้ต้องหาแบกขึ้นบ่านำตัวกลับมาส่งให้พนักงานสอบสวน