เปิดใจ! แม่เด็กอนุบาลรับรู้ครูตีแต่ยอม หวังสอบติดโรงเรียนดัง

โดย PPTV Online

เผยแพร่

กรณีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงพฤติกรรมของสถาบันกวดวิชาแห่งหนึ่งย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โดยครูใช้อุปกรณ์ตีเด็กอนุบาลจนเป็นรอยช้ำตามร่างกาย ด้านแม่ของเด็ก เผย เหตุที่ยอมให้ลูกเรียน เพราะเชื่อมั่นว่าสถาบันดังกล่าว จะทำให้ลูกมีโอกาสสอบติดโรงเรียนสาธิต ขณะที่ทนายความ ชี้ ครูที่ลงมือทำร้ายเด็กจะมีความผิดตามกฎหมายอาญา

วันนี้ (18 ธ.ค.60) แม่ของเด็ก เปิดเผยผ่านรายการ เป็นเรื่องเป็นข่าว ทางช่องพีพีทีวี ว่า ลูกสาวของตนอายุ 5 ปี กำลังศึกษาอยู่ชั้นอนุบาล 3 และกำลังจะสอบเข้า ป.1 โดยปีที่แล้วส่งลูกเข้าไปเรียนสถาบันกวดวิชาดังกล่าว เสียค่าเรียนทั้งหมด 54,000 เพื่อปรับสภาพสร้างความคุ้นชินให้กับเด็ก และปีนี้จึงลงเรียนอีกเป็นครั้งที่สอง เพราะปีที่แล้วภรรยาเจ้าของสถาบันสอนดีมาก และทำให้ผลการสอบของเด็กรายอื่นสอบติดโรงเรียนสาธิตเป็นจำนวนมาก จึงทำให้ตนเชื่อมั่นสถาบันดังกล่าว แต่ว่าปีนี้ราคาค่าเรียนกลับมีการปรับขึ้นเป็น 160,000 บาท จากเดิม 92,000 ซึ่งจะให้เรียน 300 ชั่วโมง และไม่ได้จัดการเรียนการสอนเหมือนปีที่แล้ว

โดยที่นี่จะมีชื่อเสียงด้านการปรับพฤติกรรมเด็ก เพื่อให้เด็กมีความพร้อมในการทำข้อสอบ แบบฝึกหัด และพร้อมเรียนรู้ ก็จะมีวิธีการอยู่หลายแบบที่ทางสถาบันเลือกใช้ เช่น มองเข็มนาฬิกา จ้องกำแพง ยืนกางแขน และออกอุบายหลอกเด็กไม่ให้พ่อแม่อยู่หน้าศูนย์ติว เพื่อเอาความกลัวให้เด็กปรับตัวเองให้นิ่งเวลาที่เรียน นอกจากนี้จะมีอีกวิธีหนึ่งคือการตี ซึ่งตนเห็นเด็กหลายคนก็ถูกตี แต่ไม่ได้ถูกตีหนักแบบลูกตอนนี้ โดยตนได้ทำการแจ้งความ และสอบปากคำเบื้องต้น เพื่อดำเนินคดีต่อไป

“เรื่องเกิดเหตุตั้งแต่เดือนตุลาคม แต่คุณแม่ก็ยังยอมให้ลูกเรียนต่อ เนื่องจากมีความหวังว่าเขาจะช่วยเราจริงๆ มองลูกก็เจ็บ มองหน้าเขาก็เจ็บ แต่เรามีความเชื่อมั่นว่าเขาจะทำให้ลูกเรามีเปอร์เซ็นต์สอบเข้าโรงเรียนสาธิตได้จริงๆ และเหตุที่ตนเลือกโรงเรียนสาธิตให้ลูก เพราะว่าเป็นโรงเรียนที่ดี มีคุณภาพ และมีความเข้าใจในไวเด็กมากกว่า และจะมาพร้อมกับค่าเล่าเรียนที่ถูกลง” แม่ของเด็กกล่าว

แม่ของเด็กกล่าวต่อว่า ยอมรับผิดและละอายแก่ใจมาก ที่ให้ลูกเข้าเรียนสถาบันดังกล่าวถึงสองปี โดยที่คาดหวังว่าเขาทำมาตรฐานได้เหมือนเดิมกับปีที่แล้ว เหมือนที่ตนเห็น และเพื่อนๆ รุ่นพี่ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากมาย และตนเชื่อมั่นในตัวผู้สอนอย่างมากว่าจะเลือกวิธีการที่ดีที่สุดกับลูกตน ซึ่งมีความสัมพันธ์อันดีกับเขามาตลอด แต่ว่าเขาทำเกินกว่าเหตุ ทำให้ลูกของตนมีบาดแผล โดยตนรู้สึกทำผิดกับลูก และทำให้ลูกต้องอยู่ในสภาพแบบนี้ ขณะนี้ตนให้ลูกออกจากสถาบันดังกล่าวแล้ว และย้ายไปเรียนสถาบันอื่น

ด้านนางนฤมล โรจนารุณ ทนายความ ระบุว่า การที่ครูตีเด็กลักษณะดังกล่าว ถือเป็นความผิดฐานทำร้ายร่างกาย เพราะมีบาดแผล และมีหลักฐานทางการแพทย์ รวมถึงครูที่ลงมือทำร้ายเด็กจะมีความผิดตามกฎหมายอาญา นอกจากนี้หากโรงเรียนดังกล่าวไม่มีใบอนุญาต ตามพระราชบัญญัติการศึกษาเอกชน 2557 จะมีโทษจำคุก 1 ปี ปรับ 20,000 บาท และจากการสอบถามแม่ของเด็กพบว่า โรงเรียนดังกล่าวไม่มีใบเสร็จค่าเรียน ซึ่งหากพบว่าไม่มีการเสียภาษี ก็จะถูกจำคุก 1 ปี ปรับ 200,000 บาท

ทั้งนี้สำหรับการเรียกเงินคืน ตามสำนักงานกรรมการการศึกษาเอกชน มีข้อบัญญัติไว้ว่า สถาบันประเภทกวดวิชา ต้องคืนเงินค่าธรรมเนียมการเรียน โดยสามารถคืนได้ 100 เปอร์เซ็นต์ หากไม่สามารถจัดการเรียนการสอนได้ ต่อมา คืนได้ 90 เปอร์เซ็นต์ หากเด็กยกเลิกการเรียนก่อน 7 วัน  และคืนได้ 80 เปอร์เซ็นต์ หากเด็กไปเรียนครั้งแรกแล้วไม่ประสงค์จะเรียนต่อ แต่ต้องระบุเหตุผลว่าเพราะอะไร

“ปัจจุบัน วิกฤตการศึกษาไทยคือความทุกข์ของผู้เรียน คือ มวลความสุขของเด็กไทยน้อยลง ซึ่งเกิดจากการแข่งขัน เด็กต้องแข่งขันกับคนจำนวนมาก และเพื่อตามความคาดหวังกับพ่อแม่ ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นก็กลายเป็นความรุนแรง” นางนฤมล กล่าว

 

ชมคลิปวิดีโอ : เป็นเรื่อง! แม่ “สำนึกผิด” เห็นลูก 5 ขวบ ถูกตีแขนช้ำ ยังให้ “กวดวิชาต่อ” หวังสอบติด ป.1 สาธิต

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ