หนาวนี้ต้องไม่ป่วย !! แนะ 8 วิธีดูแลสุขภาพเมื่อลมหนาวมาเยือน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

หลังจากกรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศว่ามวลอากาศเย็นจากมองโกเลียและจีนระลอกใหม่พัดเข้ามาในประเทศไทย ส่งผลให้กรุงเทพฯและปริมณฑลมีอากาศหนาวเย็น และคาดว่าจะหนาวไปถึงวันที่ 21 -22 ธ.ค. เลยทีเดียว เมื่ออากาศหนาวมาเยือนทั้งทีหลายคนคงจะดีใจที่ได้หยิบเสื้อกันหนาวในตู้มาใส่แล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องระมัดระวัง นั่นก็คือ “ภัยสุขภาพ” ที่มาพร้อมกับลมหนาว วันนี้ทีมนิวมีเดียพีพีทีวี รวบรวมคำแนะนำในการดูแลสุขภาพมาฝากกัน

ในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง มีลมหนาวพัดผ่าน กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้มีการแนะ 8 วิธีให้กับประชาชนให้หันมาดูแลสุขภาพในช่วงหน้าหนาวนี้ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เจ็บป่วยจนไม่เพลิดเพลินกับการสัมผัสลมหนาว อย่างแรกคือ 1.รับประทานอาหารที่ได้รับการปรุงสุกใหม่  ไม่ควรรับประทานอาหารที่ค้างคืน หรืออุ่นซ้ำ เพราะสารอาหารจะหายไปทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารไม่ครบ เพราะฉะนั้นควรรับประทานอาหารที่ได้รับการปรุงสุกใหม่ เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่ครบครัน
 

2.ดื่มน้ำอุ่นหรือน้ำสมุนไพรเผ็ดร้อน การดื่มน้ำอุ่น นอกจากจะช่วยในเรื่องการไหลเวียนโลหิตที่ดีขึ้น ยังช่วยในเรื่องการย่อยอาหารและช่วยล้างพิษที่ตกค้างในร่างกาย นอกจากนี้การดื่มน้ำสมุนไพรเผ็ดร้อน เช่น น้ำขิง ก็ยังเป็นอีกทางที่ช่วยในเรื่องการไหลเวียนโลหิตที่ดีขึ้นมากเช่นกัน
 

3.รับประทานผักผลไม้และสมุนไพรรสเปรี้ยว วิตามินซี ในผลไม้และสมุนไพรรสเปรี้ยว มีประสิทธิภาพในการรักษาอาการต่างๆที่เกิดจากไวรัสของหวัด เพราะทำหน้าที่เพิ่มความแข็งแรงของภูมิต้านทาน โดยสมุนไพรหรือผลไม้รสเปรี้ยวที่สามารถหารับประทานได้ง่าย เช่น มะขาม มะเฟือง ฝรั่ง สับปะรด มะนาว หรือ มะขามแขก

4.รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ นอกจากการรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ การรับประทานให้ครบ 5 หมู่ก็เป็นเรื่องสำคัญ ได้แก่ โปรตีน จากเนื้อสัตว์ ควรเลือกรับประทานเป็นเนื้อสัตว์ล้วนไม่ติดหนัง ไม่มีมันแทรก เพื่อหลีกเลี่ยงไขมันอิ่มตัวที่ส่งผลต่อภาวะอ้วนและไขมันอุดตันในหลอดเลือด , คาร์โบไฮเดรต จากข้าวและแป้ง ควรเลือกกินข้าวที่ผ่านการขัดสีน้อย ผ่านการปรุงใหม่ๆ และยังร้อนอยู่ เพื่อให้ร่างกายได้รับความอบอุ่น , วิตามิน จากผักและผลไม้ต่างๆ โดยเฉพาะผลไม้รสเปรี้ยว จะช่วยในเรื่องเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย ต้านหวัดได้ ส่วนผัก สมุนไพรบางชนิด สามารถกระตุ้นการไหลเวียนเลือกให้ดีขึ้น เช่น พริกไทย พริก ขิง เป็นต้น , ไขมัน จากน้ำมันหรือน้ำมันปรุงอาหาร ควรเลือกน้ำมันประกอบอาหารที่ไขมันอิ่มตัวสูงแต่น้อย เช่น น้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพร้าว และน้ำมันจากสัตว์
 

5.ออกกำลังกายและพักผ่อนให้เพียงพอ ในสภาวะอากาศหนาว การเผาผลาญไขมันจะทำได้ดีกว่าในสภาวะอากาศอื่นๆ การออกกำลังกายในสภาวะอากาศหนาวนี้จึงเป็นข่าวดีให้แก่คนที่อยากจะเริ่มการออกกำลังกาย เนื่องจาการเผาผลาญแคลอรี่ในอากาศเย็นจะทำได้สูงกว่าปกติ เพราะร่างกายต้องใช้พลังงานมากขึ้นเพื่อรักษาความอบอุ่น แต่การพักผ่อนให้เพียงพอก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน ฉะนั้นควรแบ่งเวลาในการทำกิจกรรมเผื่อการพักผ่อนด้วย และไม่ควรหักโหมจนเกินไป

6.สวมเสื้อผ้าหนาๆ การเลือกใส่เสื้อผ้าในหน้าหนาว ควรเลือกใส่เสื้อผ้าที่หนาๆหรือพันผ้าพันคอ เพื่อที่จะช่วยในการเพิ่มความอบอุ่นแก่ร่างกาย ทำให้ไม่เจ็บไข้ได้ป่วยง่าย รวมถึงการห่มผ้าในตอนพักผ่อนให้มิดชิดก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน
 

7.ควรระวังอุบัติเหตุที่เกิดจากการผิงไฟ การทำให้ร่างกายได้รับความอบอุ่นจากการผิงไฟ ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สามารถมีให้เห็นได้จากชาวบ้านตามชนบท ควรระมัดระวังอย่าให้มีวัตถุที่สามารถทำให้เกิดประกายไฟอยู่ใกล้ๆเพราะสามารถทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ ที่สำคัญผู้สูงวัย เด็ก และสตรีมีครรภ์ ไม่ควรสูดดมควันไฟมากเกินไป เพราะควันไฟจะส่งผลต่อสุขภาพทางเดินหายใจ หากสูดดมมากเกินไปอาจส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว


8.ไม่ควรดื่มเหล้าแก้หนาว  การดื่มเหล้าแก้หนาว เป็นอีกหนึ่งความเชื่อผิดๆ ซึ่งอาจส่งผลอันตรายถึงขั้นเสียชีวิต เนื่องจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์จะทำให้หลอดเลือดฝอยที่อยู่ใต้ผิวหนังเกิดการขยายตัว ทำให้ผู้ดื่มรู้สึกร้อนวูบวาบเหมือนว่าร่างกายอบอุ่นขึ้น ซึ่งเกิดจากการที่หลอดเลือดฝอยขยายตัว จะเป็นช่องทางให้ความร้อนในร่างกายถูกระบายออกได้ง่ายขึ้น ดังนั้น ยิ่งดื่มเหล้ามากขึ้นเท่าใด ความร้อนก็จะถูกระบายออกจากร่างกายมากขึ้นไปด้วย ผลตามมาก็คือจะทำให้อุณหภูมิในร่างกายลดต่ำลงกว่าปกติ หากเผลอนอนหลับไป ทำให้ร่างกายสัมผัสอากาศเย็นเป็นเวลานาน ทำให้เสียชีวิตได้

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ