เมื่อวันที่ (22 ธ.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บ่อยครั้งที่พบซากสัตว์ทะเลที่เกยตื้นตายบนชายหาด และเมื่อผ่าซากแล้วพบว่า มีขยะจากพลาสติกอยู่ในท้องเป็นจำนวนมาก ปัญหาดังกล่าวทำให้กรมกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ออกมาตารการมาคุ้มเข้มปัญหาขยะทะเล เพื่อให้สัตว์ทะเลหายากมีอัตราการตายลดลง
จากข้อมูลสัตว์ทะเลหายากเกยตื้น ตั้งแต่ปี 2558 -2559 พบว่า สัตว์ทะเลหายาก 3 ประเภท ได้แก่ โลมา วาฬ พะยูน และเต่าทะเล ตายมากขึ้นจากเฉลี่ยอยู่ที่ปีละ 400 ตัว แบ่งเป็นเต่าทะเล 228 ตัว โลมาและวาฬ 152 ตัว และพะยูน 20 ตัว
สาเหตุการเกยตื้นที่น่ากังวลมากมี่สุด คือ เครื่องมือประมง เนื่องจากที่เต่าทะเล และพยูน จะไปติดกับอวน จนทำให้บาดเจ็บและเสียชีวิต รวมถึงปัญหาขยะทะเล เช่น ถุงพลาสติกที่พบในท้องของเต่าทะเล ทั้งนี้การเกยตื้นของสัตว์ทะเล เมื่อพบบนชายฝั่งจะมีเพียงร้อยละ 1 เท่านั้นที่รอดชีวิต
นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ระบุถึงแนวทางแก้ปัญหา เบื้องต้นได้กำหนดพื้นที่คุ้มครองสัตว์ทะเลหายาก ทางกรมทรัพยากรทางทะเลชายฝั่งได้บูรณาการร่วมกับหลายหน่วยงาน ในการจัดทำโครงการนำร่อง การคุ้มครองสัตว์ทะเลหายาก และทรัพยากรทางทะเลและสิ่งแวดล้อมอื่นๆ โดยจัดทำเป็นร่างประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเรื่องมาตรการคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ในพื้นที่อำเภอปะเหลียน อำเภอหาดสำราญ อำเภอย่านตาขาว อำเภอกันตัง และอำเภอสิเกาจังหวัดตรัง เพื่อเป็นแนวทางการอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายาก และป้องกันการเกยตื้นของสัตว์ รวมถึงการอบรมอาสาสมัครภาคประชาชน เพื่อนช่วยเฝ้าระวัง และให้ความรู้กับชาวประมงในการปรับเปลี่ยนเครื่องมือที่เหมาะสม เพื่อช่วยป้องกันในอีกทางหนึ่ง