วันนี้ (25 ธ.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชาลี ลอยสูง รองประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) กล่าวว่า การปรับค่าจ้างเป็นสิ่งจำเป็น คนงานคาดหวังกันว่าจะได้ค่าจ้างเพิ่มขึ้น แม้จะไม่ได้ตามที่ตั้งใจ ก็ขอให้ขยับขึ้นบ้าง เพราะทุกวันนี้ค่าจ้างขั้นต่ำต่อคนต้องอยู่ที่ 360 บาท จึงจะพออยู่ได้ในยุคที่ข้าวของแพง ค่าครองชีพสูง แต่ค่าจ้างที่ได้อยู่ในปัจจุบัน 300-310 บาท ทำให้ไม่พอกินพอใช้ จึงต้องเป็นหนี้ ขณะที่บอร์ดค่าจ้างก็มีปัญหา บางคนไม่เข้าประชุม เหมือนเป็นการหลอกลูกจ้างไปเรื่อยๆ หลังจากที่มีการเลื่อนการประชุมคณะกรรมการค่าจ้างเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม ที่ผ่านมา ไปเป็นวันที่ 18 ธันวาคม ก่อนจะเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด
นายอธิป พีชานนท์ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เปิดเผยว่า หากมีการปรับขึ้นค่าแรงงานขั้นต่ำเป็น 360 บาท ถือว่าเป็นการขยับขึ้นถึง 20% จะกดดันให้ธุรกิจเอสเอ็มอีทุกประเภทอยู่ยากขึ้น เนื่องจากเป็นธุรกิจที่ไม่ได้ ใช้เครื่องจักรกระจายอยู่ในทุกภาคอุตสาหกรรม ซึ่งอาจกดดันให้บางส่วนอาจต้องปิดกิจการลง
ทั้งนี้ ควรพิจารณาขึ้นค่าแรงตามตำแหน่งที่ตั้ง ไม่ใช่ขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศ โดยอาจพิจารณาขึ้นเฉพาะกรุงเทพฯ หรือหัวเมืองสำคัญ และเมื่อปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำจะส่งผลให้แรงงานมีทักษะสูง ขอปรับขึ้นค่าแรงงานตาม ซึ่งจะกดดันแรงงานฝีมือ ขณะเดียวกันจะส่งผล กระทบต่อการดึงดูดให้ต่างชาติเข้ามาลงทุน แต่อาจย้ายฐานไปยังประเทศ ที่มีค่าแรงต่ำกว่า
นายอิสระ บุญยัง นายกกิตติมศักดิ์และที่ปรึกษาสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า หากมีการปรับขึ้นค่าแรงถึง 20% จะกระทบทุกอุตสาหกรรมทุกประเภทสินค้า ทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับตัวกันอีกครั้ง โดยอาจนำเครื่องจักรมาใช้ทดแทนแรงงาน และเลือกใช้วัสดุสำเร็จรูปมากขึ้น