วันนี้ (25 ธ.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พื้นที่บริเวณบ้านพุน้ำร้อน ต.บ้านเก่า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี เนื้อที่ประมาณ 2,979 ไร่ ยังไม่ได้เห็นภาพการเปลี่ยนแปลงในเชิงการพัฒนาพื้นที่มากนัก หลังคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษได้ประกาศเห็นชอบให้เอกชนเช่าที่ดินราชพัสดุตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษกาญจนบุรี ตั้งแต่ปี 2559
โดยมูลค่าการค้าที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านพุน้ำร้อนในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 100 ล้านบาท มีสินค้าส่งออกสำคัญ คือ สินค้าเกษตร และอาหารทะแลแช่แข็ง เชื่อมโยงฝั่งไทยไปยังทวายของประเทศเมียนมาร์ โดยภาคเอกชนมองว่า ยังมีโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่รัฐบาลต้องเร่งปลดล็อกพื้นที่เพื่อให้เกิดการลงทุนโดยเร็ว เพราะขณะนี้มีเอกชนในจังหวัดสนใจที่จะเข้ามามากกว่า 15 ราย รวมมูลค่าลงทุน ไม่ต่ำกว่า 1,500 ล้านบาท
ภาคเอกชน แนะว่า รัฐบาลควรปลดล็อกให้เอกชนสามารถเช่าพื้นที่ได้ทันที เพราะหากผ่านกระบวนการประมูล เชื่อว่า จะทำให้โครงการยิ่งล่าช้าออกไปอีก ซึ่งส่งผลต่อคนในพื้นที่สูญเสียโอกาส ทั้ง การจ้างงาน และการขยายธุรกิจของผู้ประกอบการ ขณะที่ความชัดเจนล่าสุด กรมธนารักษเจ้าของพื้นที่ ยืนยันว่า เตรียมเปิดประมูลสรรหาผู้ลงทุนตามหลักเกณฑ์การลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษในช่วงเดือนมกราคม 2561 พร้อมกับอีก 2 พื้นที่คือจังหวัดนครพนม และจังหวัดตาก ซึ่งคาดว่าหากเป็นไปตามกระบวนการ จะสามารถดำเนินการได้ภายในกลางปีหน้า
กรมธนารักษ์ ยืนยันว่า ไม่สามารถที่จะเปิดให้เช่าพื้นที่ได้ทันทีตามที่ภาคเอกชนร้องขอ ซึ่งจะต้องผ่านกระบวนการประมูลเท่านั้น และเชื่อว่าจะมีเอกชนให้ความสนใจเข้ามาร่วมพัฒนาพื้นที่ โดยยังคงกำหนดอัตราค่าเช่าไว้ที่ไร่ละ 1,200 บาทต่อปี ขณะที่ค่าธรรมเนียมการจัดให้เช่าไร่ละ 20,000 บาทต่ออายุสัญญาเช่า 50 ปี นอกจากนี้ยังปรับสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ชนะการประมูล ซึ่งหากเริ่มลงทุนภายใน 1 ปี หลังลงนามในสัญญา จะได้รับการงดเว้นการจัดเก็บค่าเช่าที่ดินเป็นเวลา 2 ปี และหากลงทุนภายในเวลา 2 ปี จะได้รับการงดเว้นค่าเช่าที่ดินเป็นระยะเวลา 1 ปีด้วย
ภูมิภาค แพรม้วน ถ่ายภาพ
ขวัญ โม้ชา รายงาน