พ.ต.ท.พญ.อัญชุลี ธีระวงศ์ไพศาล จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น หรือ “หมอแอร์” เปิดเผยในรายการเป็นเรื่องเป็นข่าว ว่า ไม่คิดว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ อาจจะเคยเกิดเหตุในบ้านพัก โรงพัก แต่ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่เคยมี จากข้อมูลพบว่าสารวัตรป็อบไม่เคยเข้ารับการรักษากับจิตแพทย์มาก่อน ส่วนข้อความสั้นๆ ที่บอกว่า “ขออโหสิกรรม ให้ด้วยครับ เพราะความซึมเศร้ามันเกินไป” นั้น เป็นข้อความสั้นๆที่เต็มไปด้วยความหมาย ที่ผู้เขียนก็รู้สึกผิดและอยากจะขออโหสิกรรม แล้วรู้สึกเศร้าเป็นเหตุให้นำไปสู่การแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้
ที่ผ่านมาเคยสำรวจข้าราชการตำรวจที่ฆ่าตัวตายสำเร็จ ด้วยการสัมภาษณ์เพื่อนร่วมงาน ครอบครัว พบว่า 90 เปอร์เซ็นต์จะมีอาการของโรคซึมเศร้านำมาก่อนที่จะฆ่าตัวตายสำเร็จ ทุกคนจะมีสัญญาณเตือนล่วงหน้า เช่นไปร่ำลาครอบครัว เพื่อน หรือเขียนเป็นจดหมาย บางคนโพสต์ข้อความในโลกออนไลน์ บางคนทำพินัยกรรมไว้ บางคนเตรียมอุปกรณ์เพื่อจะใช้ฆ่าตัวตาย บางคนจะมีเหตุการณ์วิกฤตมากระตุ้น ส่วนความเครียดที่เกิดขึ้นนั้นมาจากปัญหาหลายๆอย่าง เช่น ปัญหาครอบครัว ปัญหาส่วนตัว ปัญหาที่ทำงาน ปัญหาด้านการเงิน และปัญหาสุขภาพที่มีเรื้อรังก็นำไปสู่การฆ่าตัวตาย จากสถิติตำรวจที่ฆ่าตัวตายนั้นจะเป็นชั้นประทวนมากที่สุด อายุตั้งแต่ 40-50 ปี
จากสถิติพบว่าตำรวจสายป้องกันและปราบปราม ที่มีอัตราการฆ่าตัวตายมากที่สุด แต่อาจจะเพราะมีตำรวจสายนี้มากที่สุดเลยทำให้มีปริมาณเยอะ จึงทำไม่สามารถชี้ได้ว่ามาจากสายงานหรือไม่ และพบว่าตำรวจภูธรภาค 5 ที่อยู่ในภาคเหนือ มีอันตราการฆ่าตัวตายสูงที่สุด รองลงมาคือตำรวจภูธรภาค 3 และกองบัญชาการตำรวจนครบาล ส่วนเหตุที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นจากหลายปัจจัยมาประกอบกัน การฆ่าตัวตายเป็นเรื่องที่สามารถป้องกันและแก้ไขได้ เนื่องจากความคิดอยากฆ่าตัวตายเป็นอารมณ์ชั่ววูบ โดยใครก็ตามที่มีปัญหามีความทุกข์ใจมากๆ เป็นโรคซึมเศร้านำมาก่อน ก็จะมีอาการอยากจะฆ่าตัวตาย ทำร้ายตัวเอง ไม่อยากจะมีชีวิตอยู่ หากคนรอบข้างสังเกตเห็นก็ควรรีบพามาปรึกษาจิตแพทย์ หรืออยู่เป็นเพื่อนเขา ให้กำลังใจเขาให้เขาผ่านพ้นวิกฤตชีวิต
“ส่วนใหญ่ตำรวจที่ฆ่าตัวตายไม่ได้มาพบจิตแพทย์ ไม่มีประวัติการเข้ารับการรักษา เพราะคนไทยส่วนใหญ่คิดว่าการมาพบจิตแพทย์นั้น จะคิดว่าตัวเองเป็นบ้า เดี๋ยวคนอื่นจะมองไม่ดี คนอื่นจะมองว่าเป็นโรคจิต ทำให้ตำรวจและคนไทยส่วนใหญ่นั้นไม่ได้รับการรักษา ความจริงโรคซึมเศร้าไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเราเป็นคนจิตใจอ่อนแอ คิดลบ แต่มันเกิดการทำงานผิดปกติของสมอง จากความเครียด พันธุกรรม ต่างๆ เมื่อมีปัญหารุมเร้าเข้ามาทำให้สมองไม่สามารถผลิตสารเคมีที่ทำให้สดชื่นแจ่มใสมีความสุข ก็พัฒนาเป็นโรคซึมเศร้าได้”
เศร้าใจ ทุกข์ใจ ขนาดไหนถึงเป็นโรคซึมเศร้า ? หมอแอร์ อธิบายว่า คนเป็นโรคซึมเศร้าจะแตกต่างจากคนที่ซึมเศร้าทั่วไป อารมณ์ซึมเศร้านั้นเป็นอารมณ์ที่ปกติของมนุษย์ แต่สำหรับคนเป็นโรคซึมเศร้านั้นความรุนแรงของการซึมเศร้านั้นจะรุนแรงมาก จะต่อเนื่องยาวนานกว่า 2 อาทิตย์ และจะส่งผลต่อหน้าที่การงาน พฤติกรรมเราจะเปลี่ยนไป เคยสดใสร่าเริงแจ่มใส กลายเป็นคนหดหู่เศร้าใจ เก็บตัว เมื่อก่อนอยากจะออกกำลังกาย มีความฝันมีอนาคต พอเป็นโรคนี้ก็หายไปหมดเลย แค่ตื่นมาตอนเช้าก็รู้สึกว่าไม่มีเรี่ยวแรง ไม่อยากจะลุกขึ้นมาทำอะไรแล้ว บางครั้งถ้ามันหนักมากก็ไม่ต้องรอถึง 2 อาทิตย์ก็มาพบจิตแพทย์ได้เลย แต่บางคนเลือกไปปรึกษาเพื่อน หรือ ญาติ ว่าจะไปหาจิตแพทย์ดีไหม ก็ได้รับคำตอบว่า “ไม่ได้เป็นโรคจิต จะไปทำไม” กลายเป็นไม่ได้เข้าสู่กระบวนการรักษา
“อาชีพตำรวจเป็นอาชีพที่ฆ่าตัวตายสำเร็จกว่าประชากรทั่วไป เพราะว่าตำรวจมีอาวุธปืน มีความเชี่ยวชาญในการใช้ ส่วนประชาชนทั่วไปมีโอกาสที่จะฆ่าตัวตายสำเร็จไหมก็มี แต่โอกาสสำเร็จจะน้อยกว่าตำรวจ การฆ่าตัวตาย สาเหตุหลักมาจากโรคซึมเศร้า อาจจะมาจากหลายสาเหตุ ตำรวจเป็นอาชีพที่งานเครียดมาก ใครที่เป็นตำรวจแล้วคุณสามารถทำงานจนกระทั่งเกษียณอายุได้ ต้องถือว่าแข็งแรงและเก่งมา เพราะว่าต้องปรับตัวทั้งผู้บังคับบัญชา เพื่อนร่วมงาน ผู้ใต้บังคับบัญชา และกับสังคมอีก อาชีพตำรวจเป็นอาชีพที่ใครไม่รัก มีการคาดหวังจากครอบครัวสูง ว่าจะเป็นที่พึ่งของครอบครัว”
ส่วนประเด็นการโยกย้ายกลับบ้านแล้วไม่ได้กลับ หมอแอร์ อธิบายในทางการแพทย์ว่า ก็มีส่วนในการสร้างความเครียดได้ มีข้อมูลว่าตำรวจที่เขาอยู่กับครอบครัว อยู่กับบ้าน ก็จะมีความเครียดน้อยกว่า แต่ตำรวจบางคนเขาสามารถปรับตัวได้ก็ไม่ใช่ปัญหาก็มีเหมือนกัน
ขณะที่ พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร อดีตผู้รองบังคับการจเรตำรวจ บอกว่า ตำรวจสายสอบสวนจะมีความเครียดมากกว่าสายงานชนิดอื่นๆ เป็นงานที่ต้องใช้สมอง ส่วนงานสายตรวจงานจราจรนั้นจะเหนื่อยกาย แต่ไม่เครียดทางสมอง ตำรวจไทยฆ่าตัวตายปีละ 30-40 คน ก็ต้องมาวิเคราะห์สาเหตุส่วนใหญ่ จะมีอายุมาก สิ้นหวัง ปัญหาสุขภาพ จากที่เคยเป็นตำรวจนั้นพบว่า ผู้ใต้บังคับบัญชามีแนวโน้มที่จะฆ่าตัวตาย เขาจะซึมเศร้า เช่นคนที่ไม่ได้อยู่กับครอบครัว ไม่ได้กลับบ้าน ก็จะมีความเครียด รวมกับเรื่องปัญหาเศรษฐกิจ คนที่อยู่คนเดียวอันตรายเพราะอยู่กับปืนด้วย ปัญหาที่เกิดมีหลายปัจจัย
“ตำรวจไทยแรงกดดันเยอะกว่าข้าราชการอื่น สามารถย้ายกลับภูมิลำเนาได้ง่าย ตำรวจต้องเข้าเวร ไปไหนก็ลำบาก การย้ายกลับก็ลำบาก ผมมีผู้ใต้บังคับบัญชาคนหนึ่งที่พยายามย้ายกลับบ้านมาเป็น 10 ปี แต่ก็ไม่ได้กลับ จนต้องเข้าไปช่วย บางทีเขาไม่ได้ต้องการเงินทอง หรืออยู่เมืองที่เจริญแต่เขาต้องการกลับบ้าน ตอนที่เขาเป็นหนุ่มเขาก็อาจจะมีความสุข พอพ่อแม่เขาเสียเขามีที่ดินต้องกลับไปดูแล เขาก็อยากกลับ”
พ.ต.อ.วิรุตม์ บอกว่า วัย 40-50 ปีมักจะมีปัญหาสุขภาพ มองไม่เห็นอนาคต พอถูกเปลี่ยนหน้าที่ก็กลายเป็นเครียด ว่างงานก็เครียด ตำรวจที่เครียดเพราะระบบตำรวจ มีการแต่งตั้งโยกย้าย ใกล้ๆแต่งตั้งก็โยกย้าย จะมีความเครียดมากกว่าทำงานอีก ความหวังว่าจะได้ย้าย และกลัวว่าตัวเองจะถูกย้าย ก็กลายเป็นความเครียดสะสม ทำให้คนที่ตั้งใจทำงานก็เบื่อหน่าย แต่อาจจะไม่ถึงกับฆ่าตัวตาย แต่ก็เป็นบ่อเกิดของความเครียด
อ่านต่อ
“อดีตตร.” สวน “สตช.” ส่งตร. “ปฏิบัติธรรม” ไม่หยุดปัญหา ”ฆ่าตัวตาย”