เมื่อวันที่ (28 ธ.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวซิมบับเว 2 ครอบครัว รวมจำนวน 8 คน ซึ่งเป็นเด็ก 3 คน ผู้ใหญ่ 5 คน ที่ตกค้างอยู่ในสนามบินสุวรรณภูมิมานานกว่า 2 เดือน โดยอยู่ระหว่างขอลี้ภัยไปยังประเทศที่ 3 ล่าสุด นายกิตติพงศ์ กิตติขจร รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้เดินทางเข้าเยี่ยมพร้อมให้การช่วยเหลือ โดยเจ้าหน้าที่ได้ซื้ออาหารและเครื่องดื่มมอบให้เป็นเสบียง
นายกิตติพงศ์ กล่าวว่า ชาวซิมบับเวที่ติดค้างสนามบินสุวรรณภูมิชุดนี้ เดินทางเข้ามาในไทยเพื่อที่จะไปอยู่ประเทศที่ 3 แต่เกิดความผิดพลาดเรื่องเอกสารการเดินทาง ทำให้ไม่สามารถเข้าประเทศที่ 3 ได้ จึงถูกผลักดันกลับประเทศต้นทาง แต่ชาวซิมบับเวไม่ต้องการกลับประเทศ เนื่องจากมีปัญหาความวุ่นวายทางการเมือง ขณะที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองของประเทศไทยก็ไม่สามารถอนุญาตให้บุคคลเหล่านี้เข้าประเทศไทยได้ จึงพักอาศัยอยู่สนามบินสุวรรณภูมินานกว่า 2 เดือนแล้ว และมีสายการบินยูเครนเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายระหว่างการตกค้างในไทย โดยไปอาศัยอยู่ที่บริเวณที่พักผู้โดยสารเปลี่ยนเครื่อง
ซึ่งกรณีดังกล่าวถือว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะที่ผ่านมาก็มีผู้โดยสารตกค้างและนอนค้างอยู่ที่สนามบินสุวรรณภูมิทุกวัน โดยอาศัยนอนอยู่ตามม้านั่งและโซฟา โดยระยะเวลาตกค้างนานสุดที่เคยพบอยู่ที่ประมาณ 2 อาทิตย์ แต่กรณีชาวซิมบับเว กลุ่มนี้ตกค้างมานานกว่า 2 เดือนแล้ว ซึ่งการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิก็ไม่ได้นิ่งนอนใจและมีความเป็นห่วง จึงส่งเจ้าหน้าที่มาคอยสอบถามความเป็นอยู่ตลอดเวลา และคอยดูแลความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง
ล่าสุดทางองค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็น ส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแลสอบถามข้อมูลเพื่อดำเนินการตามกระบวนการผู้ลี้ภัยแล้ว โดยจะมีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เป็นไปตามหลักมนุษยธรรมต่อไป