มือปราบศาสตร์มืด ชี้ “ของขลัง หมอดู ราศี ดวงดาว” ยังขายได้ถ้าคนอยากรวย

โดย PPTV Online

เผยแพร่

พระมหาไพรวัลย์ ชี้ “ไม่เชื่ออย่าลบหลู่” ในแง่หนึ่งเป็นการสอนให้คนมีวิธีคิดแบบขี้ขลาดอยู่ตลอดเวลา เห็นอะไรก็ต้องยกมือไหว้ และตราบใดที่ในสังคมยังมีทัศนะอยากรวย ก็ทำให้เรื่องของขลัง หมอดู ราศี ดวงดาว ยังขายได้ในสังคมไทย ไม่มีทางแก้ได้

พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ วัดสร้อยทอง พระนักคิดนักเขียนที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์สังคมอย่างเข้มข้น เปิดเผยในรายการเป็นเรื่องเป็นข่าว ว่า ความเชื่อและค่านิยม หรือทัศนะบางอย่างของสังคมควรจะถูกตั้งคำถามและควรที่จะถูกท้าทาย บางคนฟังแล้วอาจมองว่ารุนแรง ซึ่งมุมมองของคนสมัยก่อนอาจมองว่าพระไม่ควรยุ่งเรื่องทางโลกเลย แต่ถ้ามองมุมวิถีของพระ วิถีของศาสนา ซึ่งมีความเกี่ยวโยงกับมิติอื่นๆ ในแง่ของสังคม พระกับชาวบ้าน พระกับสังคม มันต้องไปด้วยกัน ถ้าไม่ให้พระพูดอะไรเลยก็จะเป็นการจำกัดบทบาทของพระให้เหลือน้อยลง เช่น พระอาจเหลือความสำคัญกับสังคมในแง่ของการทำพิธีกรรมเพียงอย่างเดียว ทำให้หน้าที่ของพระน้อยลงไปอีก สมัยก่อนบทบาทของพระนักเทศน์ต้องออกมาพูดท้าทายสังคม

ส่วนการพูดวิจารณ์เรื่องความเชื่อตลอดปีที่ผ่านมา ทั้งเรื่องผีพี่นวล ฤาษี การปล่อยนก ปล่อยปลา พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ กล่าวว่า ทุกเรื่องที่เคยพูดเหนื่อยหมด ตั้งแต่พูดเรื่องตุ๊กตาลูกเทพ ซึ่งการออกมาพูดอาจโดนโจมตีบ้าง แต่ต้องพูดเพราะสิ่งที่เราพูดจะเป็นประโยชน์กับคนที่ฟัง บางทีเราอาจไม่ได้กำลังสื่อสารกับคนที่มีความเชื่อแบบนั้นอยู่ หรือคนที่ขัดแย้งกันอยู่ แต่เราต้องการสื่อสารกับคนที่ดูรายการนั้น ซึ่งคนไทยดำเนินชีวิตทางความเชื่อ อะไรที่เป็นความเชื่อเอาหมด แม้ทุกเรื่องที่พูดไปไม่สามารถเปลี่ยนความคิดคนได้ แต่อีก 5-10 ปีข้างหน้ามีคนรุ่นใหม่ไปเปิดฟังก็จะได้เรื่องของแง่มุมความคิดและเป็นข้อมูลอีกชุดหนึ่ง นอกเหนือจากข้อมูลที่เขาเล่ากันมา สืบกันมา

พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ กล่าวต่อว่า คนสมัยก่อนชอบบอกว่าไม่เชื่ออย่าลบหลู่ ในแง่หนึ่งก็เป็นการสอนให้คนมีวิธีคิดแบบขี้ขลาดอยู่ตลอดเวลา เห็นอะไรก็ต้องยกมือไหว้ บางทีเดินผ่านต้นไม้ที่ดูน่ากลัวก็ต้องยกมือไหว้ โดยไม่ได้ดูว่าในศาลมีแมวอยู่ ก็ไปยกมือไหว้แมว

นอกจากนี้ พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ  กล่าวต่อว่า ต่อให้ตนพูดเรื่องความเชื่ออีกแง่มุม  ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถเปลี่ยนความคิดหรือความเชื่อของเขาได้ทันที เพราะคนที่พร้อมจะเชื่อก็ยังมี เราไม่ได้เปลี่ยนคนภายในวันสองวัน คนที่ยังศรัทธาวัตถุมงคล ศรัทธาในตัวพระเกจิ ก็ยังคงเข้าวัดปกติ เราไม่ได้ไปเปลี่ยนอะไร เพียงแค่สะท้อนอีกมุมหนึ่งให้เห็น ซึ่งการพูดอะไรก็ตามถ้าไม่ได้ไปแตะอะไรเลยก็ไม่มีประโยชน์ เช่น อยากเปลี่ยนสังคม แต่ไม่กล้าไปพูดแตะปัญหา ก็ไม่ได้เปลี่ยนอะไรเลย เหมือนพูดน้ำท่วมทุ่ง การพูดทุกอย่างมีราคาที่ต้องจ่าย ก็ต้องพร้อมรับผลกระทบเอง

พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ มองว่า แม้ตนจะพยายามพูดเรื่องไสยศาสตร์เรื่องลี้ลับ แต่ทุกวันนี้ก็ยังมีคนเชื่อเรื่องร่างทรง ซึ่งในทางพุทธ เรื่องร่างทรงไม่มีเป็นเรื่องอุปโลกน์ เป็นมโนสำนึกข้างในของคน เวลาคนที่ยึดเหนี่ยวเรื่องเทพเจ้า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก็อยากให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เข้ามาอยู่ในตัวเขา มาคุ้มครองเขา หรือบางที เขาเป็นคนธรรมดาอาจได้รับการปฏิบัติในสังคมแบบไม่ให้เกียรติเขา ดูถูกเขา ดังนั้นก็หาสถานะที่มีความเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พยายามสร้างคุณค่าให้ตนเอง สิ่งเหล่านี้มีคำอธิบายหมด ส่วนคนที่เข้าวัด กับไปสำนักร่างทรงอาจเป็นคนกลุ่มเดียวกัน ซึ่งเข้ามาวัดเพื่อไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ มาบูชาวัตถุนิยม

ล่าสุด กรณีหมอดูชื่อดังชวนคนสวดมนต์ข้ามปีเพราะพระเสาร์กำลังจะย้ายราศีตามความเชื่อของคนเชื่อเรื่องโหราศาสตร์ พร้อมเปิดบทสวดมนต์ ซึ่ง พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ ออกมาวิจารณ์ ว่า บทสวดมนต์นี้อยู่ในพุทธศาสนา สวดมนต์เพื่อให้หญิงท้องคลอดลูกง่าย ซึ่งการทำแบบนี้ไม่ถูกต้องเพราะเอาความเชื่ออย่างหนึ่งมาโยงกับความเชื่ออีกอย่างหนึ่ง มั่วกันไปหมด พร้อมอธิบายว่า ถ้าคุณเป็นพุทธศาสนิกชน คุณต้องรู้ว่าพระพุทธเจ้าบอกว่าชีวิตคนหมุนไปตามการกระทำ ไม่ได้หมุนไปตามราศีและดวงดาว การเชื่อเรื่องดาวดวงหรือราศีไม่ได้สร้างประโยชน์ให้กับคุณ

พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ  กล่าวอีกว่า บางทีเรามองว่าคนหมดหวังกันแล้ว แต่อยากได้อะไรที่มากเกินไป คนบางคนมีความเพียรแค่นี้ แต่อยากจะได้มากกว่านี้ อยากจะรวย สังคมปัจจุบันเป็นสังคมที่แข่งกันรวย คนที่มีชื่อเสียงก็พยายามจะสร้างภาพความรวย ชาวบ้านก็อยากรวยตาม อยากมีตาม ซึ่งมีคนในแวดวงเซเลบดาราที่เป็นผู้ชี้นำความเชื่อ คนที่ติดตามชื่นชอบเซเลบดาราก็เชื่อไปด้วย ชาวบ้านพอเห็นดารา คนที่มีชื่อเสียงเชื่อเรื่องแบบนี้ก็เลยอยากเชื่อตาม ตราบใดที่ในสังคมยังมีทัศนะแบบนี้คือ อยากรวย อยากรวย อยากรวย ก็ทำให้เรื่องของขลัง หมอดู ราศี ดวงดาว ยังขายได้ในสังคมไทยต่อไปและไม่มีทางแก้ได้

พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ ย้ำว่า ถ้าเป็นคนพุทธต้องเชื่อในเรื่องที่พระพุทธเจ้าบอก “จิตฺเตน นียติ โลโก” หมายถึง มนุษย์ทุกคนหมุนไปตามความคิดของตนเอง ความคิดเป็นเจ้านายของเรา ไม่ใช่ดวงดาว ไม่ใช่ราศี เวลาจะทำอะไรสักอย่างความคิดของคุณมันชักนำคุณ ดังนั้น ต้องเลิกเชื่อเรื่องนอกตัวคุณก่อน ถ้ายังยอมให้ดวงดาวมีอิทธิพลกับตัวคุณ ก็ไม่สามารถเปลี่ยนได้ ถ้าคนนั้นพร้อมจะเชื่อแบบนั้น ซึ่งในแง่หนึ่งเป็นการหลอกตัวเอง เป็นความอ่อนแอที่อยู่ข้างในลึกๆ หลายคนมองไม่เห็นความอ่อนแอของตนเอง

พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า ปีใหม่นี้ไม่มีพรมีแต่จะให้กำลังใจ เพราะกำลังใจเป็นสิ่งสำคัญและประเสริฐกว่าพร ถ้าเรามีกำลังใจเราจะมีความเข้มแข็ง และพร้อมที่จะสู้ด้วยตนเอง

ชมคลิปเต็มๆ >> เป็นเรื่อง! “พระมหาไพรวัลย์” ยอมรับเหนื่อยใจ ปะทะ “ไสยศาสตร์” แต่ต้องทำเพื่อ “คนรุ่นหลัง”

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

จับข่าวคุย

จับข่าวคุย

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ