วันนี้ (4 ม.ค.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกาศชัดเจนว่าตนเองเป็นนักการเมือง ทั้งที่ก่อนหน้านี้พูดมาตลอดว่าตนเองเป็นทหารที่เข้าทำงานการเมือง การให้สัมภาษณ์ลักษณะนี้ถูกจับตามองอย่างมากโดยเฉพาะเมื่อพูดประโยคนี้ ตั้งแต่ต้นปี 2561 ซึ่งถือเป็นปีแห่งการเลือกตั้งตามโรดแมป
รองศาสตราจารย์ สุขุม นวลสกุล อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง แสดงความเห็นต่อเรื่องนี้ว่า นี่อาจเป็นการแสดงตัวว่าพร้อมเป็นตัวเลือกให้กับประชาชน แต่พล.อ.ประยุทธ์จะต้องปรับตัวให้พร้อมรับการวิพากษ์วิจารณ์เหมือนกันนักการเมืองมืออาชีพ พร้อมให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าปีนี้ประชาชนอาจได้เห็นพล.อ.ประยุทธ์ ลงพื้นที่พบปะประชาชนแบบนักการเมืองมากยิ่งขึ้น
พีพีทีวี รวบรวมข้อมูลการลงพื้นที่ประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์พบว่า กว่า 3 ปีที่ผ่านมา ลงพื้นที่ประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรทั้งหมด 6 ครั้ง โดย 4 ครั้งล่าสุด เกิดขึ้นในปี 2560 เดินทางไปเยือนมากถึง 7 จังหวัด แม้จะไม่ได้รับเสียงตอบรับมากนักเมื่อครั้งเดินทางเยือน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ทุกครั้งพล.อ.ประยุทธ์ มักจะมีคำพูดหวานไปหยอดใส่ประชาชนในแต่ละพื้นที่ เช่น เมื่อครั้งลงพื้นที่ จ.นครราชสีมา เมื่อ21 สิงหาคม 2560 พล.อ.ประยุทธ์บรรยายความรู้สึกว่า "เหมือนกลับมาบ้าน" เพราะเป็นคนโคราช เป็นลูกอีสาน
ส่วนกรณีที่มีการคาดการณ์ว่าหากพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์จับมือกันจะสามารถป้องกันไม่ให้เกิดการเลือกนายกรัฐมนตรีคนนอก รองศาสตราจารย์สุขุม เปิดเผยว่าจะมีโอกาสเป็นไปได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับผลการเลือกตั้งว่าแต่ละพรรคที่ลงสมัครรับเลือกตั้งได้คะแนนเสียงมากน้อยแค่ไหน นั่นหมายความว่าหากพรรคใหญ่สองพรรคจะจับมือกันอาจเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งผ่านไปแล้ว ส่วนในช่วงการเลือกตั้งสองพรรคใหญ่น่าจะเป็นคู่แข่งกันเหมือนที่เคยเป็นมา