วันนี้ (15 ม.ค.61) พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร อดีตที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการ การปฏิรูปตำรวจสภาปฏิรูปแห่งชาติ หรือ สปช. และอดีตรองผู้บังคับการจเรตำรวจ เปิดเผยผ่านรายการเป็นเรื่องเป็นข่าว ทางสถานีโทรทัศน์ พีพีทีวี ว่า การลงโทษสั่งย้ายตำรวจในพื้นที่นั้น มักไม่ส่งผลกระทบอะไร เพราะเป็นการให้ไปปฏิบัติราชการที่อื่นแทน โดยเงินเดือนจะไม่ลดลง และอาจจะสบายมากกว่าเดิม เนื่องจากไม่ต้องทำงาน ซึ่งถ้าเป็นหากการลงโทษจริง อย่างน้อยจะต้องพักราชการและจะไม่ได้เงินเดือน หรือสั่งสำรองราชการแต่ก็ยังคงได้เงินเดือนอยู่
“มันควรจะพักราชการบ้าง หากลงโทษไม่จริงจัง มันก็ไม่เข็ดราบ การย้ายไม่ใช่การลงโทษ หากย้อนหลังไป 2 ปี มีตำรวจถูกย้ายไปช่วยราชการแบบนี้เหมือนกัน แต่ตนก็ไม่เห็นตำรวจคนใดเดือดร้อน บางนายก็เลื่อนตำแหน่งไปแล้ว จนเราอาจไม่รู้กัน หลายคนได้ดิบได้ดี และไม่ได้ลำบากอะไร เลยทำให้ไม่มีใครกลัว เพราะจะลงโทษได้ไง ต้องดูว่าคนที่ลงโทษนั้นจะมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยไหม”พ.ต.อ.วิรุตม์ กล่าว
อดีตรองผู้บังคับการจเรตำรวจ กล่าวต่อว่า โรงพักไหนที่น่าอยู่ ก็มักจะมีสถานบริการอาบอบนวดขนาดใหญ่เช่นนี้ โดยสถานบริการเหล่านี้คงไม่ได้มีแค่จ่ายส่วยแน่นอน หากตำรวจคนใดมาใช้บริการก็จะมีการดูแล ในส่วนของค่าบริการถ้าเป็นตำรวจชั้นผู้น้อยก็จะลดเป็นเปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าเป็นตำรวจชั้นผู้ใหญ่ก็ลดร้อยเป็นเซ็นต์ หรือก็คือ ฟรี แม้กระทั่งค่าตัวเด็กที่มาดูแลก็ไม่ต้องจ่ายอะไรเลย ซึ่งการกระทำเหล่านี้มีความผิดตามพระราชบัญญัติ ป.ป.ช. มาตรา 103 รับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดเกิน 3,000 บาท มีโทษจำคุก 3 ปี และผิดวินัยร้ายแรง เพราะถึงไม่มีหลักฐานเรื่องของการเงิน แต่ตำรวจกลับไปรับผลประโยชน์จากสิ่งที่ต้องดูแล โดยที่สำคัญคือความรับผิดชอบ ปล่อยให้เกิดเรื่องดังกล่าวนี้ได้อย่างไร
“ข่าวการย้ายนายตำรวจในพื้นที่ ไม่มีความหมายอะไร หลอกสื่อ หลอกประชาชน บางคนอาจได้ดีด้วยซ้ำ ตนขอพูดได้เลยว่าปัญหาการรับส่วย ยังไม่เคยมีตำรวจคนใดถูกให้ออกจากราชการ แม้กระทั่งพักราชการ” อดีตรองผู้บังคับการจเรตำรวจ กล่าว
พ.ต.อ.วิรุตม์ กล่าวต่อว่า การสั่งย้ายไปปฏิบัติราชการที่อื่น โดยหลักการไม่ใช่การลงโทษ คนที่ไม่ได้กระทำผิดแต่โดนย้าย ยังถูกให้ไปอยู่ในพื้นที่ๆ แย่กว่านี้เลย ซึ่งปัญหา คือผู้ที่รับผิดชอบเรื่องนี้ไม่ว่าจะระดับไหน ต้องดูว่าเขามีความสุจริตหรือไม่ มีส่วนเกี่ยวข้องกับสิ่งเหล่านี้หรือไม่ เพราะมันเป็นเรื่องของการดูแลในการให้บริการจากสถานบริการอาบอบนวด ไม่ว่าจะเรื่องผู้หญิง อาหาร ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีมูลค่า รวมถึงต้องใช้เงินก้อนโตในการดูแลเจ้าหน้าที่ โดยในข่าวที่ออกมานั้น เป็นเพียงแค่ตำรวจระดับพื้นที่เล็กๆ แต่พวกที่ได้เงินก้อนใหญ่ ก็คือ ระดับผู้ใหญ่ หรือ ตำแหน่งสูงกว่านั้น ซึ่งคนจ่ายเงินก้อนนั้นอาจจะไม่ลงบัญชีก็ได้ แต่จะอยู่ในรูปแบบใดเราก็ไม่อาจทราบได้ อย่างไรก็ตามปัญหาคือ ถ้าหากไม่มีการจ่ายส่วยจริง แล้วทำไมถึงไม่มีการมาดูกวดแลขัน กลับปล่อยให้มีการค้าประเวณีกันอย่างจริงจัง
ชมคลิปเต็ม : เป็นเรื่อง! “อดีตตร.” แฉ ตร.โดนเด้งพิษส่วย “อาบอบนวด” ไม่ใช่โดนลงโทษ บางรายได้เลื่อนขั้นด้วยซ้ำ