ร้องเรียนเด็กถูกเพื่อนทำร้ายจนสลบ แต่โรงเรียนไม่ช่วยเหลือ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

หญิงสาวคนหนึ่งโพสต์เฟซบุ๊กร้องเรียนว่า น้องสาวถูกเพื่อนทำร้ายจนสลบ แต่โรงเรียนไม่ยอมพาส่งโรงพยาบาล จนทางครอบครัวต้องเรียกรถพยาบาลเอง โดยแพทย์ระบุว่าหากมาช้าอีก 5 นาที สมองอาจขาดออกซิเจน  ล่าสุดทางโรงเรียนออกมายืนยันว่าทำหน้าที่อย่างดีที่สุดแล้ว

วันนี้ (16 ม.ค.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Nam Nam” โพสต์ภาพเด็กหญิงสวมชุดยุวกาชาดนอนบนเตียงพยาบาล พร้อมเล่าว่า น้องถูกเด็กคนหนึ่งในโรงเรียนทำร้าย จนหน้าซีด ตัวเกร็งหายใจไม่ออก แต่ไม่มีครูโทรศัพท์หาผู้ปกครอง จนน้องสลบ จึงมีคนไปตามพี่สาวของน้องซึ่งเรียนโรงเรียนเดียวกัน  และพี่สาวโทรศัพท์แจ้งแม่ พร้อมเล่าอาการ เลยบอกให้ครูเรียกรถพยาบาล ก่อนที่แม่จะไปถึง แต่โรงเรียนบอกว่าไม่มีรถ และให้รอดูอาการ ทั้งที่น้องร้องไห้ หายใจไม่ออก จนสลบ พ่อของน้องจึงโทรศัพท์ให้รถพยาบาลมารับ เมื่อรถโรงพยาบาลมารับ  เมื่อไปถึงโรงพยาบาล แพทย์ บอกว่าถ้ามาช้าแค่ 5 นาทีสมองจะขาดออกซิเจน หลังเรื่องราวเผยแพร่ไป ได้มีคนมาแสดงความเห็นจำนวนมากวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก

ขณะที่ นางสาวอารีรัตน์ นุตะภิบาล ผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาล 3 บ้านเหล่า อำเภอเมืองอุดรธานี ยอมรับว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นช่วงเที่ยงของวันที่ 11 ม.ค.ที่ผ่านมา  เด็กนักเรียนชาย-หญิง ชั้นประถมปีที่ 4 เล่นกัน โดยเด็กนักเรียนชายที่ตัวโตกว่าใช้เท้าถีบหน้าอกนักเรียนหญิงที่ตัวเล็ก จนเจ็บหน้าอกและเป็นลม หลังเกิดเหตุเพื่อนนักเรียนก็วิ่งมาตามครู นำตัวเด็กไปที่ห้องพยาบาล และโทรศัพท์ตามรถพยาบาล ต่อมามีพี่สาวเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลายโรงเรียนเดียวกัน ขอใช้โทรศัพท์ของครูตามผู้ปกครอง เมื่อผู้ปกครองมาถึงเห็นว่ารถพยาบาลยังไม่มา คงเกิดความร้อนใจ จึงโทรศัพท์แจ้งเรียกรถพยาบาลอีกครั้ง ซึ่งยืนยันว่าครูและโรงเรียนให้ความสำคัญตามรถพยาบาลแล้ว และเมื่อรถพยาบาลมาถึง ครูก็ตามไปดูแลอีก 2 คน   และเมื่อวันวานที่ผ่านมา ทางโรงเรียนได้เรียกผู้ปกครองของนักเรียนทั้งสองฝ่าย มาเจรจา ตกลงขอค่าทำขวัญจำนวน 1 หมื่นบาท และทางโรงเรียนได้แสดงความเสียใจเรื่องที่เกิดขึ้น แต่กลับมีคนนำไปโพสต์ในช่วงเย็นวันเดียวกัน

ด้าน อิทธิพนธ์ ตรีวัฒนสุวรรณ นายกเทศมนตรี ระบุว่าจากการสอบถามข้อมูล เหตุที่เกิดขึ้นมาจากความซุกซนของเด็ก ซึ่งก็เป็นธรรมดา แต่อยากฝากไปยังผู้โพสต์ว่า หากเป็นข้อมูลที่ชัดเจนแล้วนำไปโพสต์ น่าจะเป็นเรื่องที่ดี แต่หากเป็นการได้รับข้อมูลข่าวสารที่ไม่ครบถ้วน อาจผลกระทบเกิดความเสียหาย

ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวจากเฟซบุ๊ก “Nam Nam” ระบุข้อความว่า ขอขอบคุณทุกคน ขณะนี้ดำเนินการกับคู่กรณีแล้ว และได้คุยกับ ผอ.และทางโรงเรียนรับเรื่อง และรับผิดชอบเรื่องที่เกิดขึ้นไปแล้ว พร้อมกับลบโพสต์ดังกล่าวไป

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ