วันนี้ (17 ม.ค.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ป้ายแสดงอัตราการเก็บค่าผ่านทางที่ตั้งอยู่หน้าทางเข้าหมู่บ้านนี้ ระบุว่า หากบุคคลภายนอกจะเข้าไปภายในหมู่บ้านจะต้องเสียค่าผ่านทางเป็นรายบุคคล โดยหากนั่งรถยนต์มา จะเสียค่าผ่านทางคนละ 300 บาท แม้ว่าจะแจ้งพิกัดว่าจะเดินทางเข้าไปที่บ้านหลังไหน หรือมีคนในหมู่บ้านเดินทางออกมารับ ก็ไม่สามารถเข้าไปได้หากไม่จ่ายค่าผ่านทาง
สุดท้ายทีมข่าวต้องย้ายจุดสัมภาษณ์จากเดิมที่นัดหมายที่บ้านนายวีระ ไปสัมภาษณ์ที่สำนักงานเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่นแทน และสัมภาษณ์เรื่องข้อพิพาทดังกล่าวมาด้วย โดย นายวีระ ซึ่งเป็นหนึ่งในลูกบ้านหมู่บ้านแห่งนี้ ให้ข้อมูลว่า การเรียกเก็บเงินค่าผ่านทางเกิดขึ้นตั้งแต่ 15 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งนายวีระเข้าแจ้งความกับตำรวจเนื่องจากติดต่อให้ช่าง 3 คน เดินทางมาติดกระจกภายในบ้าน แต่ไม่สามารถเข้าไปได้หากไม่จ่ายค่าผ่านทาง คนละ 300 บาท จนสุดท้ายนายวีระต้องจ่ายเงินเพื่อให้ช่างสามารถเข้ามาซ่อมกระจกได้
ทั้งนี้ นายวีระ อ้างว่า ก่อนหน้านี้หมู่บ้านต้องการเรียกเก็บเงินค่าส่วนกลางเพิ่ม จากตารางวาละ 5 บาท เป็น ตารางวาละ 8 บาท แต่ไม่ยอมเปิดเผยบัญชีรายรับรายจ่ายการใช้เงิน ทำให้มีลูกบ้าน 130 หลังคาเรือนไม่ยินยอมจ่ายค่าส่วนการอัตราใหม่ ส่งผลทำให้เกิดการเรียกเก็บเงินค่าผ่านทางจะเรียกเก็บเฉพาะบุคคลภายนอกที่ต้องการเดินทางเข้าไปพบลูกบ้านที่ไม่ยินยอมจ่ายค่าส่วนกลางอัตราใหม่
ขณะที่ท้ายหมู่บ้านเป็นที่ตั้งของสนามกอล์ฟ ซึ่งนายวีระ ตั้งข้อสังเกต โดยอ้างว่าไม่เคยเห็นบุคคลภายนอกที่ต้องการเข้าไปตีกอล์ฟจ่ายค่าผ่านทางตามที่กำหนดไว้