เมื่อวันที่ (29 ม.ค. 61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาพสแกนสมองของหญิงอายุ 84 ปีรายนี้ เป็นคนไข้ของ นายแพทย์ มนูญ ลีเชวงวงศ์ หัวหน้าห้องไอ.ซี.ยู. โรงพยาบาลวิชัยยุทธ ในภาพเห็นจุดดำบริเวณสมอง นี่คือโพรงอากาศที่เกิดขึ้นหลังคนไข้รายนี้จาม โดยปิดปากปิดจมูก และอุดหูข้างขวา ทำให้อากาศย้อนขึ้นไปที่ท่อปรับความดันในร่างกายที่ทำหน้าที่เชื่อมระหว่างปากกับหู จนไปเกาะกลุ่มอยู่ในสมอง
นายแพทย์มนูญ บอกว่า การปิดปากปิดจมูกพร้อมกัน ระหว่างจาม มีโอกาสเสียชีวิตได้ เพราะการจามแต่ละครั้ง แรงลมที่อัดออกมาจะมีความเร็วสูงถึง 150-160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หากปิดกั้นช่องทางออก ลมจะอัดอยู่ในร่างกาย ส่วนใหญ่จะพบผู้บาดเจ็บจากพฤติกรรมนี้คือ แก้วหูแตก แต่ถ้ารุนแรงสุดอาจทำให้ถุงลมแตก ปอดแฟบ เสียชีวิตได้
ผู้ป่วยคนนี้ถือเป็นรายแรกในประเทศไทย และอาจเป็นรายแรกของโลก ที่เกิดอาการเช่นนี้ เพราะยังค้นไม่เจอข้อมูลคนไข้รายอื่น ช่วงแรกนายแพทย์มนูญยังวินิจฉัยสาเหตุไม่ได้ จนไปพบประวัติคนไข้ชาวอังกฤษ มีอาการคอบวมลมรั่ว หรือลมแทรกตามเนื้อเยื่ออยู่ใต้ผิวหนัง จากการกลั้นจาม
สำหรับการจาม นายแพทย์มนูญ เปิดเผยว่า เป็นภาวะที่ร่างกาย ขับสิ่งแปลกปลอมของเสีย ในลมและน้ำมูกหรือน้ำลาย อาจจะมีเชื่อโรคอยู่ โชคดีที่คนไข้รายที่พบปัญหา ลมอยู่ในสมอง ไม่มีเชื้อโรค เพราะอาจทำให้ติดเชื้อเป็นไข้สมองอักเสบได้ ส่วนอาการของผู้ป่วยตอนนี้เริ่มดีขึ้น เพราะลมค่อยๆ หายไปในกระแสเลือด โดยต้องใช้เวลาอีกประมาณ 5 สัปดาห์ถึงปกติ