ประเทศไทยประสบปัญหาขยะทะเลติดอันดับต้น ๆ ของโลก ต้นเหตุขยะทะเลของไทย ร้อยละ 80 เกิดจากกิจกรรมบนบกและชายฝั่ง ไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยว โรงงานอุตสาหกรรม ชุมชน บ้านเรือนประชาชน หรือสถานประกอบการบริเวณชายฝั่ง ที่น่าตกใจคือปริมาณขยะทะเลที่เกิดจากกิจกรรมท่องเที่ยวของมนุษย์ซึ่งสำรวจพบบริเวณชายทะเลและชายหาดทั่วโลกนั้น กว่าหนึ่งในสามเป็นซองบุหรี่และก้นบุหรี่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและเป็นหนึ่งในสาเหตุการตายของสัตว์ทะเลหายาก ผลสำรวจสัดส่วนขยะชายหาดของไทย เมื่อปี 2552 - 2558 พบว่ามีบุหรี่หรือก้นบุหรี่ ถึงร้อยละ 5
ส่วนกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ได้สำรวจปริมาณก้นบุหรี่ด้วยการสุ่มเก็บข้อมูลเชิงปริมาณ และขุดสำรวจพื้นทรายบนชายหาดตั้งแต่ระดับความลึก 5 เซนติเมตร ไปจนถึง 20 เซนติเมตร ตลอดแนวชายหาด 5 แห่ง ใน 5 จังหวัดพบก้นบุหรี่ตกค้างนับแสนชิ้น ชายหาดที่พบก้นบุหรี่มากที่สุด คือ หาดชลาทัศน์ จังหวัดสงขลา พบก้นบุหรี่ ถึง 177,000 ชิ้น รองลงมาคือ หาดแม่พิมพ์ จังหวัดระยอง พบก้นบุหรี่ 112,470 ชิ้นหาดบางแสน จังหวัดชลบุรี พบก้นบุหรี่ 106,480 ชิ้น หาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ต พบก้นบุหรี่ จำนวน 101,000 ชิ้น และ หาดทรายรี จังหวัดชุมพร พบก้นบุหรี่ 52,378 ชิ้น นั่นแสดงให้เห็นว่าชายหาดของไทยเป็นแหล่งสะสมของก้นบุหรี่เป็นจำนวนมาก
เป็นที่ทราบกันดีว่าในบุหรี่มีสารพิษอันตรายเจือปนอยู่หลายชนิด เช่น นิโคติน ยาฆ่าแมลง สารหนู และกว่าจะย่อยสลายได้ต้องใช้เวลาเป็นสิบปี ซึ่งก่อให้เกิดมลพิษและสารพิษปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม สุดท้ายแล้วสารพิษตกค้างเหล่านี้ก็จะย้อนกลับมาเป็นอันตรายต่อมนุษย์