วันนี้ (24 ก.พ.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ระบุว่า การสอบปากคำตำรวจภูธรภาค7 ชุดคลี่คลายคดีหวย 30 ล้านบาทชุดเดิม ทั้งหมด 4 นาย ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังมีเอกสารลับเป็นสำนวนคดีเผยแพร่ว่า พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี สั่งแก้ไขสำนวนคดี โดยให้ทำคำให้การของพยานปากต่าง ๆ ฝ่ายครูปรีชา ให้กลมกลืนกัน ซึ่งอาจเข้าข่ายผิดวินัยของตำรวจ ส่วนจะออกหมายจับผู้ต้องหาจะทันภายในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์หรือไม่ พล.ต.ท.ฐิติราช ยังไม่ยืนยันเรื่องนี้
โดยผู้สื่อข่าวพีพีทีวี ได้สอบถามไปยัง นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีอัยการ สำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด ว่าการที่ตำรวจสั่งแก้ไขสำนวนคดีให้กลมกลืนหรือแก้ไขวันเวลาสอบปากคำพยานมีผลต่อการตัดสินคดีของศาลหรือไม่ เพราะในเอกสารลับระบุว่า การสอบปากคำครูปรีชาและแม่ค้าล็อตเตอรีที่ปรากฎออกมาระบุว่าชัดเจนว่า มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น ซึ่งนายปรเมศร์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงสำหรับกระบวนการยุติธรรมไทย เพราะหลักการในทางคดี ทั้งอัยการและผู้พิพากษา ที่จะต้องรับสำนวนของตำรวจมาพิจารณา จะให้น้ำหนักกับการสอบปากคำวันแรกมากที่สุด
ทั้งนี้หลังผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรีถูกย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ล่าสุดปรากฎเอกสารย้ายตำรวจ สภ.เมืองกาญจนบุรี อีก 2 นาย นอกจากนี้มีหนังสือฉบับหนึ่งเป็นบันทึกข้อความลงนาม โดย พ.ต.อ.เดชา กัลยาวุฒิพงศ์ รองผู้บังคับการกองทะเบียนพล สำนักงานกำลังพล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่งถึงผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 และผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง มีเนื้อหาระบุว่า ด้วย ตร. มีบันทึกลงวันที่ 22 ก.พ.61 อนุมัติให้ พ.ต.ท.ชูวิทย์ เจริญนาค รองผู้กำกับการ(สอบสวน)สถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรี และ ร.ต.อ.จิรยุทธ์ ชัชรินทร์กุล รองสารวัตรสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรี ปฏิบัติราชการที่กองบังคับการปราบปราม โดยขาดจากแหน่งเดิม เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่กองบังคับการปราบปราม มอบหมาย นับจากตั้งวันที่ 22ก.พ.2561 เป็นต้นไป