สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นาย สก๊อต ปีเตอร์สัน อดีต เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย หรือ รปภ. ประจำโรงเรียนมัธยม มาร์จอรี สโตนแมน ดักลาส ที่รัฐฟลอริด้า ได้ออกมาชี้แจงสาเหตุที่ตัวเขาไม่ได้เข้าไปยับยั้งเหตุกราดยิงในโรงเรียนเมื่อวันที่ 14 กพ. ที่ผ่านมา โดยทนายของ ปีเตอร์สัน เปิดเผยว่า เขาเข้าใจผิดว่ามือปืนอยู่ด้านนอกโรงเรียน เนื่องจากมีรายงานมาว่าพบผู้เสียชีวิตอยู่ด้านนอกอาคารเรียน จากนั่นปีเตอร์สันจึงแจ้งเหตุไปยังตำรวจ แล้วเฝ้าอยู่ในป้อมยาม จนตำรวจเดินทางมาถึงโรงเรียนเกือบ 1 ชม. หลังรับแจ้งเหตุ
ทั้งนี้นายอำเภอประจำเขต กล่าวหาว่า ปีเตอร์สันละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากไม่ยอมเข้าไปหยุดมือปืน ซึ่งก็คือนักเรียนเก่าวัย 19 ปีที่ใช้อาวุธปืนกึ่งอัตโนมัติบุกเดียวกราดยิงนักเรียนและครูไม่เลือกหน้า จนมีผู้เสียชีวิต 17 ราย ขณะที่ทนายของ ปีเตอร์สัน กล่าวว่านายอำเภอและเจ้าหน้าที่ ๆ ปรักปรำปีเตอร์สัน ด่วนสรุป ลูกความของเขาไม่ได้ขี้คลาด ส่วน ปีเตอร์สัน เองได้กล่าวว่า ถ้าให้เขาสละชีวิตเพื่อแลกกับความสูญเสียครั้งนี้เขาก็ยอม
ขณะเดียวกัน โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ก็วิจารณ์การทำงานของเจ้าหน้าที่ พร้อมออกตัวว่า ถ้าเป็นตัวเขานะ เข้าไปช่วยเด็กแม้จะไม่มีอาวุธด้วยซ้ำไป
“คุณรู้ไหม ผมเชื่อจริงๆ นะ แม้ว่าอาจจะยังพิสูจณ์ไม่ได้ แต่ผมเชื่อว่า ผมเชื่อจริงๆ ว่าถ้าเป็นผม คงจะวิ่งเข้าไปข้างใน แม้ว่าผมจะไม่มีอาวุธก็ตาม และผมก็เชื่อด้วยว่าทุกคนในห้องนี้ก็คงจะทำแบบนั่นเหมือนกัน” โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าว
นอกจากนี้ส่วนเรื่องการปฏิรูปกฏหมายการถือครองอาวุธปืน ทรัมป์ ก็ยังเจรจากับผู้ว่าการรัฐต่าง ๆ อยู่ แต่ก็ย้ำว่าจะห้ามขายตัวพานท้ายปืนดัดแปลงแน่นอน ซึ่งทาง NRA ออกมาแสดงท่าทีไม่เห็นด้วยกับทรัมป์ แต่ผู้นำสหรัฐอเมริกา ก็ยืนยันว่าเขาจะไปคุยกับสมาคมปืนไรเฟิลแห่งชาติด้วยตัวเอง