พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ รักษาราชการเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบทุจริตการเบิกจ่ายงบประมาณของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม. ว่า จะเสนอเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ท.ในวันที่ 8 มี.ค.นี้เพื่อขออนุมัติตั้งอนุกรรมการไต่สวนโดยมีการแจ้งเบาะแสกับ ป.ป.ท.ว่า มีเจ้าหน้าที่รัฐนอกเหนือจากเจ้าหน้าที่ศูนย์คุ้มครองฯ เข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริต ซึ่ง ป.ป.ท.อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูล และหากประชาชนพบเบาะแสสามารถติดต่อเข้าให้ข้อมูล ป.ป.ท.ได้
ขณะที่ พ.ต.ท. วันนพ สมจินตนากุล ผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ท. ระบุว่า ขณะนี้มีศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง ซึ่งพบการทุจริตชัดเจนแล้ว จำนวน 24 จังหวัด ส่วนอีก 13 จังหวัด ยังรอพยานหลักฐาน และความชัดเจนจากเจ้าหน้าที่ที่ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูล หากจังหวัดใดที่มีการสรุปผลรายงานเสร็จสิ้นก็จะทยอยนำเข้าที่ประชุม เพื่อให้มีการตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนขึ้นมาทันที หากพบเป็นความผิดทางอาญา ก็จะรวบรวมพยานหลักฐานเสนออัยการดำเนินคดี หรือหากเป็นความผิดทางวินัย ก็จะเสนอให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาลงโทษทันที โดยไม่ต้องมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบซ้ำ
ด้านพล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม. ระบุว่า ขณะนี้ทีมตรวจสอบของ พม. ได้ทำงานคู่ขนานร่วมกับ ป.ป.ท. ตรวจสอบทั่วประเทศ และมีรายงานเข้ามาทุกวัน ซึ่งมีการสั่งย้ายเจ้าหน้าที่ที่ถูกร้องเรียนทุกวัน เพื่อเปิดทางให้คณะกรรมการเข้าไปตรวจสอบคาดว่าภายในสิ้นเดือนมี.ค.นี้ จะครบกำหนดการตรวจสอบรอบแรก และจะชัดเจนว่าใครจะถูกลงโทษบ้าง
ส่วนกรณีที่น.ส.ปณิดา ยศปัญญา หรือน้องแบม นักศึกษามหาวิทยาลัยมหาสารคาม ผู้ออกเปิดเผยข้อมูลว่ามีเจ้าหน้าที่ของ พม.เข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้ จนถูกอาจารย์ประจำภาควิชาที่ศึกษาอยู่ตำหนิและทุบหลัง2ครั้ง หลังจากที่เปิดเผยเรื่องราว นั้น พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแล พม. ได้ตำหนิพฤติกรรมของอาจารย์ และกระทรวงศึกษาธิการควรตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง เพราะถือว่า นักศึกษาทำเรื่องที่ดี เหตุใดอาจารย์ถึงมีการกระทำเช่นนี้ และทางมหาวิทยาลัยควรให้การดูแลนักศึกษาคนดังกล่าวด้วย พร้อมเตรียมเชิญน.ส.ปณิดามาพูดคุยที่กระทรวง เพื่อเป็นตัวอย่างที่ทำให้สังคมเห็นว่าการกระทำเช่นนี้ถือเรื่องที่ดี
ด้านนพ. อุดม คชินทร รมช.ศึกษาธิการ ได้สั่งให้เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา ไปตรวจสอบเรื่องดังกล่าวแล้ว ซึ่งต้องฟังความให้รอบด้าน แต่ส่วนตัวยืนยันว่าสิ่งที่นักศึกษาทำเป็นสิ่งดีงาม เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ทางมหาวิทยาลัยควรจะต้องส่งเสริม ไม่ควรที่จะทำให้เกิดการปิดกั้น หรือสร้างความเสียหายกับนักศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ขอเวลา1 - 2 วันในการตรวจสอบข้อเท็จจริง
ขณะที่ นายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เปิดเผยว่าทางมหาวิทยาลัยได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และคาดว่าจะสรุปผลการตรวจสวบได้ภายในวันที่ 12 มี.ค. แต่เท่าที่ได้พูดคุยกับอธิการบดี ทราบว่าเรื่องนี้ส่วนหนึ่งเกี่ยวกับปัญหาภายในมหาวิทยาลัย ส่วนกรณีที่นักศึกษากล่าวหาว่าอาจารย์ได้ทุบหลัง 2 ครั้ง และสั่งให้เปลี่ยนหัวข้อทำวิจัยใหม่ ทำให้จบการศึกษาช้ากว่าเพื่อนๆ นั้น เป็นเพียงข้อกล่าวหาฝ่ายเดียว ยังไม่สามรถสรุปได้