“หอข่าว”แฉงบกีฬาสีเด็กมัธยม ทุ่มขบวนพาเหรด-ลีดเดอร์

โดย PPTV Online

เผยแพร่

นักศึกษาชั้นปีที่ 3 กลุ่มวิชาเอกวารสารศาสตร์คอนเวอร์เจนซ์ ม.หอการค้าไทย ได้ลงพื้นที่ทำข่าวเจาะเม็ดเงินหลังสแตนด์เชียร์ เปิดงบกีฬาสีโรงเรียนมัธยม นร.ใช้จ่ายเงินหลักหมื่นถึง เหยียบแสน ทุ่มทุนจ้างโค้ชสอนลีดเดอร์ ตัดชุดหรูเดินพาเหรด ผู้บริหารรร.ชี้ค่านิยมกีฬาสีผิดเพี้ยน เน้นเชียร์มากกว่ากีฬา ผู้ปกครองห่วงเด็กใช้จ่ายเงินเกินตัว ศธ.รุดหาทางแก้ แนะพ่อแม่ครูสอนเด็กไม่ฟุ่มเฟือย

เมื่อวันที่ (7 มี.ค.61)  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นักศึกษาชั้นปีที่ 3 กลุ่มวิชาเอกวารสารศาสตร์คอนเวอร์เจนซ์ สาขาวิชานวัตกรรมสื่อสารมวลชน คณะนิเทศศาสตร์ ม.หอการค้าไทย  ล่าสุดได้รางวัลข่าวฝึกปฏิบัติดีเด่น "พิราบน้อย" ประจำปี 2560 จากสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ “หอข่าว” พบเบาะแสจากกลุ่มนักเรียนมัธยมศึกษา พูดคุยเกี่ยวกับการเรียกเก็บเงินค่ากีฬาสีในคณะสี ซึ่งทางโรงเรียนมีการให้งบประมาณแก่นักเรียนแต่ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย ผู้สื่อข่าวจึงได้สำรวจ “กิจกรรมงานกีฬาสี” ด้วยวิธีการเก็บแบบสอบถาม ช่วงวันที่ 15-13 มกราคม พ.ศ.2561 ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำนวน 400 คน

จากการสำรวจพบว่าเป็นเพศชายจำนวน 130 คน คิดเป็นร้อยละ 30 เพศหญิงจำนวน 280 คน คิดเป็นร้อยละ 70 แบ่งเป็นเด็กนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 6 จำนวน 101 คน คิดเป็นร้อยละ 25.25ชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 5 จำนวน 81 คน คิดเป็นร้อยละ 20.25 ชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 4 จำนวน 68 คน คิดเป็นร้อยละ 17 ชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 3 จำนวน 81 คน คิดเป็นร้อยละ 20.25 ชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 2 จำนวน 39 คน คิดเป็นร้อยละ 9.75 และนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 1 จำนวน 30 คน คิดเป็นร้อยละ 7.5

ในกิจกรรมกีฬาสีผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าตนเองทำหน้าที่กองเชียร์ร้อยละ 22.50 ขบวนพาเหรดร้อยละ 24.50 ดรัมเมเยอร์และเชียร์ลีดเดอร์ร้อยละ 14.25 นักกีฬาร้อยละ 11.25 ฝ่ายคุมสแตนด์เชียร์ร้อยละ 7.5 ประธานสีร้อยละ 3 กองสวัสดิการร้อยละ 10.75 และไม่ได้ทำหน้าที่ใดเลยร้อยละ 6.25

นอกจากนั้นการสำรวจพบว่าโรงเรียนส่วนใหญ่จัดกิจกรรมกีฬาสีจำนวน 1 วัน คิดเป็นร้อยละ 39 จำนวน 2 วัน คิดเป็นร้อยละ 23.5 จำนวน จำนวน 3 วันคิดเป็นร้อยละ 29 จำนวน 4 วันคิดเป็นร้อยละ 3 จำนวน 5 วัน คิดเป็นร้อยละ 5 และจัดงานกีฬาสีมากกว่า 5 วัน คิดเป็นร้อยละ 0.5

สำหรับคณะสีมีการจ้างคนนอกเข้ามาสอนในส่วนของท่าเต้นเชียร์ลีดเดอร์และสแตนด์เชียร์ คิดเป็นร้อยละ 58.4 ไม่มีการจ้างสอนเต้น คิดเป็นร้อยละ 15.04 และไม่ทราบว่ามีการจ้างคนนอกเข้ามาสอนคิดเป็นร้อยละ 26.56

มีการเรียกเก็บเงินจากผู้ปกครองน้อยกว่า 100 บาทร้อยละ 22.25 จ่ายเงิน 500 - 100บาทร้อยละ 34.5 จ่ายเงิน 1,000 - 501 บาทร้อยละ 24.75 จ่ายเงิน 5,000 - 1,001 บาทร้อยละ 16 จ่ายเงิน 10,000 - 5,001 บาทร้อยละ 2.25 และมากกว่า 10,000 บาทร้อยละ 0.25

สำหรับความคิดเห็นเกี่ยวกับการจ่ายเงินเพื่อกิจกรรมกีฬาสีในโรงเรียน ผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่า เห็นด้วยเพราะเป็นประโยชน์ส่วนรวม คิดเป็นร้อยละ 54.75ไม่เห็นด้วย คิดเป็นร้อยละ 18.75 และเฉยๆ คิดเป็นร้อยละ 26.50 ความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมงานกีฬาสีในระดับมากที่สุดร้อยละ 8.5 ในระดับมากคิดเป็นร้อยละ 39 ในระดับปานกลางร้อยละ 47 ระดับน้อยร้อยละ 4.75 และระดับน้อยที่สุดร้อยละ 0.75

ผลสำรวจพบว่าสิ่งที่เด็กนักเรียนได้รับจากการเข้าร่วมกิจกรรมการแข่งขันกีฬาสี(เลือกตอบได้มากกว่า 1 ข้อ) ทำให้มีความสามัคคี รักหมู่คณะ และรู้จักช่วยเหลือซึ่งกันและกันร้อยละ 53 ทำให้มีนิสัยรักการออกกำลังกาย มีน้ำใจเป็นนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย โดยใช้กีฬาเป็นสื่อร้อยละ 45.25 ทำให้มีประสบการณ์ในการแข่งขันกีฬาร้อยละ 40 ทำให้มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตใจที่สมบูรณ์แข็งแรง ได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ร้อยละ 39.5 ทำให้นักเรียนได้เล่นกีฬาที่ตนเองชอบหรือถนัดและกล้าแสดงออกร้อยละ 36.25

นอกจากนั้นผู้ตอบแบบสอบถามยังให้ความเห็นน่าสนใจหลายอย่างเช่น “ไม่อยากให้มีการเรียกเก็บเงินในงานกีฬาสีมากเกินไป… ควรลดค่าชุดเครื่องแต่งกายของเชียร์ลีดเดอร์ให้น้อยลง… ไม่จำเป็นต้องใส่ชุดโชว์ให้อลังการ เพราะคณะกรรมการดูที่ความพร้อมเพรียง ความสามัคคี และความสร้างสรรค์มากกว่าเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่ดูดีและมีราคาแพง...”

 

อ่านข่าวฉบับเต็มได้ที่ >> https://www.facebook.com/notes/10156157130526505/

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

Arena 36

Arena 36

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ