วันนี้ (9 มี.ค.61) พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร อดีตรองผู้บังคับการจเรตำรวจ วิเคราะห์ผ่านรายการเป็นเรื่องเป็นข่าว ถึงกรณีผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติแถลงผลสอบสวน พบพล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี มีส่วนเข้าไปแก้ไขสำนวนคดีลอตเตอรี 30 ล้านบาทหลายครั้ง ว่า สาเหตุจูงใจในการแก้สำนวนคดีสอบสวน เพื่อให้ ร.ต.ท.จรูญ วิมล ถูกดำเนินคดีอาญาข้อหายักยอก แม้พยานหลักฐานในช่วงเวลานั้นอาจจะไม่พอก็ตาม โดยการกระทำเช่นนั้น ก็เพื่อหวังให้ ครูปรีชา และ ร.ต.ท.จรูญ มาเจรจากัน ซึ่งคนที่ทำแบบนี้จะรู้ตัวอยู่แล้วว่าเป็นการปฏิบัติโดยมิชอบ
ทั้งนี้ปัญหาในการสอบสวนของตำรวจที่ผ่านมา มีคดีจำนวนมากที่โดนทั้งยัดข้อหา ล้มคดีแล้วก็จบไปเยอะ โดยเฉพาะความผิดต่อส่วนตัวสามารถยอมความได้ ซึ่งจะมีการแจ้งข้อหา เพื่อที่จะให้อีกฝ่ายหนึ่งมาคุยกัน ตกลงกัน และสุดท้ายยอมความกัน ให้คู่กรณีถอนคำร้องทุกข์ เพื่อจะให้ชดใช้เงินแทน และบางครั้งพยานหลักฐานไม่มีก็ไปแต่งเติมเพิ่มเอง ซึ่งการทำแบบนี้เคยเกิดขึ้นมาโดยตลอด แล้วจบลงที่ความพอใจของทุกฝ่าย แต่คนที่เสียหาย คือ รัฐ เพราะกฎหมายไม่เป็นไปตามกฎหมาย เช่น คดีฆ่าคตนตาย ญาติคนตายก็ได้เงิน โดยไม่สนพยานหลักฐานอีกต่อไป จึงมีหลายคดีที่เงียบหายไป และวงการตำรวจถือเป็นเรื่องปกติกัน
“คนที่เคยเป็นพนักงานสอบสวนมาหลายปี ก็ต้องเคยเจอกับเหตุการณ์นี้ด้วยกันทุกคน ผู้ใหญ่สั่งให้ช่วยคนนนั้น ฟ้องคนนี้ ไปแจ้งข้อหานู่นนี่ ทำกันสารพัด และเหตุที่ไม่เคยมีใครถูกลงโทษจาการทำแบบนี้ เพราะมันไม่เคยมีเรื่องราวมาเป็นหลักฐานแบบนี้ ส่วนใหญ่มันก็จบไป เพราะเวลาเขาสั่งอะไรที่มิชอบ จะสั่งด้วยว่าจา พนักงานสอบสวนก็ต้องทำ แล้วส่วนใหญ่ก็จะไปอิงให้พยานเซ็น ชอบไม่ชอบมันกลายเป็นอยู่ที่พยาน และที่น่าเศร้า คือ พยานบางคนกลับถูกดำเนินคดี เพราะเวลาขึ้นศาลกลับพบว่าไม่เคยให้การแบบนี้มาก่อน” อดีตรองผู้บังคับการจเรตำรวจ กล่าว
ชมคลิปรายการเต็ม : อดีตตร. หวั่น “มวยล้มต้มคนดู” จี้เอาผิด “ภาค 7” พัวพันแก้สำนวนช่วย “ครูปรีชา”