จากกรณี ตำรวจป้องกันและปราบปรามการทุจริต และประพฤติมิชอบ หรือ ปปป. ดำเนินคดีกับ พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ในความผิดข้อหาเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 จากการเข้าไปแก้ไขสำนวนคดีหวยอลเวง 30 ล้านบาท ที่แย่งชิงกรรมสิทธิ์กันระหว่างนายปรีชา ใคร่ครวญ หรือครูปรีชา กับร.ต.ท.จรูญ วิมูล หรือลุงจรูญ นั้น
พล.ต.ท. ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ พล.ต.ต. กมล เหรียญราชา ผู้บังคับการ ปปป. เร่งรวบรวมหลักฐานดำเนินคดีกับ พล.ต.ต.สุทธิ โดยเร็วที่สุด พร้อมยืนยันว่าตำรวจไม่มีการช่วยเหลือกัน โดยขั้นตอนหลังจากนี้เมื่อแจ้งข้อหาแล้วพนักงานสอบสวนก็จะสรุปสำนวนส่งให้กับ ป.ป.ช. พิจารณาต่อไป และพล.ต.ต.สุทธิทำไปเพียงเพราะเชื่อว่าครูเป็นฝ่ายถูก จึงให้ความช่วยเหลือ แต่ต่อมามีการแก้ไข ตัดต่อ เพิ่มเติม คำให้การในสำนวนเพื่อช่วยเหลือทางคดีกับฝ่ายครู เมื่อทำเช่นนี้จึงถือเป็นพฤติกรรมที่เข้าข่ายทุจริตต่อหน้าที่อย่างชัดเจน
ส่วนกรณีที่ตนเองระบุว่า พฤติกรรมของผู้ต้องหาเป็นเหมือนการสะกดจิตหมู่นั้น เป็นการเปรียบเทียบ เพราะครูปรีชามีความสามารถในการพูดและการสื่อสารโน้มน้าวให้คนทั่วไปเข้าใจได้ว่า ตัวเองเป็นเจ้าของสลากฯที่ถูกโกงจึงทำให้ทุกคนรอบข้างเกิดความเชื่อเกิดความสงสารเห็นใจ จึงเข้ามาช่วยผู้ต้องหาเนื่องจากเข้าใจว่าถูกรังแก พฤติกรรมเช่นนี้เกิดขึ้นได้เสมอที่คนส่วนใหญ่มักจะเข้าข้างพวกพ้องตนเอง เพราะความใกล้ชิดและสนิทสนม
ด้านแหล่งข่าวระดับสูง ของ ปปป. เปิดเผยว่า เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา พล.ต.ต.สุทธิ ได้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 แล้ว เบื้องต้นเจ้าตัวให้การปฏิเสธ และขอนัดกับเจ้าหน้าที่หลังจากนี้ในอีก 15 วัน เพื่อกลับไปรวบรวมหลักฐานเอกสารมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับพนักงานสอบสวน โดยยังไม่ได้ระบุวันเวลาและสถานที่แต่อย่างใด แต่เชื่อว่า พล.ต.ต.สุทธิ จะไม่หลบหนีแน่นอน
สำหรับนายปรีชา ใคร่ครวญ นางรัตนาพร สุภาทิพย์ หรือ เจ๊บ้าบิ่น และน.ส.พัชริดา พรมตา หรือเจ๊พัช ได้ที่ถูกออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อหาสนับสนุนให้เจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบนั้น ทาง บก.ปปป. ได้ส่งหมายเรียกไปทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษแล้ว เพื่อให้บุคคลทั้ง 3 คน มาเข้าพบพนักงานสอบสวน บก.ปปป. เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในสัปดาห์หน้า
โดยในหมายเรียกนัดให้ นายปรีชา กับนางรัตนาพร มาพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 15 มี.ค. ส่วน น.ส.พัชริดา นั้นนัดให้มาพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 16 มีนาคม ซึ่งหากไม่มาตามนัดก็จะดำเนินการออกหมายเรียกครั้งที่ 2 ตามขั้นตอนต่อไป
ส่วนกรณีที่มีข่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการกู้ข้อมูลในคอมพิวเตอร์ของ ร.ต.อ. จิรยุทธ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี พนักงานสอบสวนชุดเดิม ที่มีการแก้ไขสำนวนคดีอย่างแน่นอนนั้น ชุดคลี่คลายคดีได้ส่งคอม พิวเตอร์ให้กองพิสูจน์หลักฐาน และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. ตรวจสอบแล้ว โดยทางกองพิสูจน์หลักฐาน รายงานว่า การตรวจสอบพบว่า ไฟล์คำให้การของนายปรีชา เจ๊บ้าบิ่น และ เจ๊พัช นั้น มีการพิมพ์ลงวันที่ไม่ตรงกับวันที่ของจริงที่บันทึกไว้ในคอมพิวเตอร์ ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ ที่ว่ามีการแก้ไขตรงไหนบ้าง ยังไม่สามารถกู้ได้ อยู่ระหว่างร่วมกับ บก.ปอท. ตรวจสอบอย่างละเอียด