วันนี้(13 มี.ค.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิผู้พิการรวมตัวกันบริเวณสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสอโศก เพื่อแสดงให้เห็นขั้นตอนก่อนใช้บริการลิฟต์ที่ต้องแสดงบัตรประจำตัวคนพิการ และลงชื่อ เพื่อรับตั๋วโดยสารจากพนักงาน เป็นที่มาของการตัดสินใจ “ทุบกระจกลิฟต์” ของนายมานิตย์ อินทร์พิมพ์ ที่อ้างว่า การที่ต้องรอเจ้าหน้าที่ปลดล็อกลิฟต์ และการให้กรอกข้อมูล เป็นการละเมิดสิทธิ์ผู้พิการ
นายสว่าง ศรีสม นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิผู้พิการ ระบุว่า การออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้ นับเป็นสัญญาณที่ดีขับเคลื่อนแก้ปัญหาอีกครั้งหลังพวกเขาเรียกร้องให้แก้ปัญหามานาน
นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า กรุงเทพมหานครในฐานะผู้ให้สัมปทาน ควรจัดการหารือร่วมกับทุกฝ่ายเพื่อเร่งหาทางแก้ไข โดยเสนอแนวทางว่า ควรทำหลังคากันแดดกันฝนบริเวณที่รอลิฟต์และตลอดทางลาดสำหรับรถเข็น พร้อมติดตั้งเครื่องตรวจตั๋วที่ชั้นชานชาลาเพื่อไม่ต้องล็อกประตูลิฟต์ หรือติดตั้งเครื่องสแกนบัตรคนพิการตรงประตูลิฟต์ที่ล็อกไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้โดยสารที่ไม่มีตั๋วขึ้นไปยังชานชาลา เพราะหากไม่ทำการเรียกร้องด้วยวิธีแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ลักษณะนี้ อาจจะเกิดขึ้นอีก เนื่องจากมีบทเรียนเริ่มต้นจากเคสเจ้าของบ้านทุบรถจอดขวางหน้าประตู
ขณะที่บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) ออกมาชี้แจงว่าเหตุการณ์ที่นายมานิตย์ อินทร์พิมพ์ นักรณรงค์เพื่อสิทธิคนพิการ ทุบกระจกลิฟท์ เกิดขึ้นหลังนายมานิตย์ปฏิเสธทำตามขั้นตอนที่ได้จากการตกลงร่วมกันระหว่าง กรุงเทพมหานคร บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) และ สมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นบริษัทก็จะน้อมรับความคิดเห็น เพื่อปรับปรุงการให้บริการคนพิการให้ดียิ่งขึ้น